แม้จะต้องกำจัดซอมบี้ทันทีที่กลายสภาพ
แต่คนนั้นเป็นแม่แท้ ๆ ของตัวเอง
แค่เขายกปืนยิงแม่ตัวเองได้โดยไม่ลังเล ก็พอจะบอกได้แล้วว่าเขาเลือดเย็นถึงขีดสุด ไร้ความเป็นมนุษย์โดยสิ้นเชิง
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนที่ฆ่าแม่ตัวเอง มุมปากเขายังยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะหยัน
เมื่อทุกคนดึงสติกลับมาจากความตกตะลึง เจียงหรานก็ออกจากห้องประชุมไปแล้ว
เจียงเทายังจำแววตาที่เจียงหรานมองเขาราวกับมองมดปลวกได้ไม่ลืม
ความอัปยศที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนถาโถมเข้าครอบงำ เขาจึงไม่สนอะไรทั้งนั้นแล้ววิ่งตามออกไป
เจียงหรานเดินออกจากห้องประชุม ดวงตาเย็นเยียบพลันฉายแววประหลาดใจขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อเห็นร่างบอบบางน่ารักตรงสุดทางเดิน
“เธอมาทำอะไรที่นี่?” เขาถามหลินปู้อวี่ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
หลังซอมบี้ที่ล้อมฐานเมืองสลายไป หัวหน้าหน่วยพลังพิเศษทั้ง 13 คนก็ถูกเรียกตัวไปที่ห้องประชุม หลินปู้อวี่เดิมทีตั้งใจจะกลับที่พัก ไปดูว่าคริสตัลพลังในหัวของเธอเป็นอะไร
เธอได้ยินซู่หยากับเนี่ยเฟยมองชายหนุ่มในชุดสูทสีขาวแล้วพูดว่า “ไอ้เจียงเทานี่มันมาอีกแล้วเหรอ? ถ้าถามฉันนะ พี่หรานควรโยนมันเข้าไปในฝูงซอมบี้ให้รู้แล้วรู้รอด จะได้ไม่ต้องคอยเตือนพี่หรานทุกครั้งที่เจอว่าเคยถูกพ่อแม่ผลักลงไปในฝูงซอมบี้”
ตอนหลินปู้อวี่ได้ยินเรื่องนี้ เธอแทบไม่เชื่อหูตัวเอง
เจียงหรานเคยถูกพ่อแม่แท้ ๆ ผลักเข้าไปในฝูงซอมบี้จริง ๆ เหรอ?
ทำไมเนื้อเรื่องในนิยายที่ระบบให้มาไม่เห็นพูดถึงเลย?
มีแต่บอกว่าเจียงหรานเลือดเย็นไร้หัวใจ พ่อแม่แท้ ๆ ตายต่อหน้าต่อตา เขาก็ยังไม่สะทกสะท้าน
บ้าเอ๊ย ถ้าเจอแบบนั้น ใครจะไม่เลือดเย็นไร้หัวใจกันล่ะ?
หลินปู้อวี่ผู้ชิงชังความอยุติธรรม อยู่ ๆ ก็อยากวิ่งไปพูดแทงใจเจียงเทาสักสองสามประโยค
พออ่านเรื่องราวของเจียงเทาจบ เธอก็ยิ่งอยากซ้อมไอ้เวรนี่ให้พิการ
อินจัดจนโมโหตามนิยายไปด้วย
เพราะงั้นพออ่านเนื้อเรื่องจบ เธอก็ถกแขนเสื้อแล้ววิ่งมาทางนี้ทันที
เธอกำลังจะตอบเจียงหราน แต่กลับเห็นชายหนุ่มชุดขาวคนหนึ่งวิ่งออกมาจากหน้าห้องประชุม พลางกุมอกกระอักเลือด
ชายหนุ่มชุดขาวคนนั้นก็คือเจียงเทา
