ตอนที่เธอกับเจียงหรานกลับมาถึงคฤหาสน์ ซู่หยากับเนี่ยเฟย รวมถึงเซียวจิงเฉิง ต่างก็อยู่ในห้องนั่งเล่นชั้นหนึ่ง
เมื่อเห็นเจียงหรานกับหลินปู้อวี่กลับมาด้วยกัน แถมสีหน้าสงบนิ่ง ทั้งสามก็มองหน้ากันไปมา ไม่มีใครพูดอะไร
เนี่ยเฟยส่งสายตาเป็นเชิงบอกหลินปู้อวี่อย่างบ้าคลั่งว่าให้อยู่ต่อ
เมื่อเห็นว่าพวกเขามีเรื่องอยากถาม หลินปู้อวี่จึงโบกมือให้เจียงหรานขึ้นไปก่อน “นายขึ้นไปก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันตามไป”
ท่าทางที่พวกเขาส่งสายตาให้กันดูทั้งโง่ทั้งชัดเจน
เจียงหรานไม่ได้ตาบอด ย่อมมองเห็นอยู่แล้ว
เขากวาดตามองเนี่ยเฟย ส่งสัญญาณให้หมอนั่นอย่าพูดจาเหลวไหล ก่อนก้าวขึ้นชั้นบน
พอเขาไป หลินปู้อวี่ก็ถูกเนี่ยเฟยกับซู่หยาลากไปหา
เซียวจิงเฉิงถามเธอ “เจียงเทาพูดจาเหลวไหลหรือเปล่า?”
พอพูดถึงเรื่องนี้ หลินปู้อวี่ก็หงุดหงิด เจียงเทาคนน่าขยะแขยงนั่นพูดออกมาแต่ละคำฟังไม่ได้สักคำ
“นั่นเรียกพูดจาเหลวไหลที่ไหน เขาพ่นแต่ขี้ออกมาชัด ๆ”
เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าเซียวจิงเฉิงก็เย็นชาลง “เขาดูถูกพี่หรานอีกแล้วเหรอ?”
หลายครั้งเขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเจียงหรานถึงต้องทนเจียงเทากับเจียงฉงเหวินซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งที่พวกเขาไม่จำเป็นต้องอยู่ในฐานแห่งนี้เลย
แค่เดินออกจากฐานอวี่หลาน ก็มีฐานอีกมากมายที่อยากดึงตัวพวกเขาไปเข้าพวก
ไม่ใช่แค่เซียวจิงเฉิง แม้แต่ซู่หยากับเนี่ยเฟยก็แสดงสีหน้าไม่พอใจเช่นกัน
หลินปู้อวี่พยักหน้า “อืม เขาพูดจาแย่ ๆ ตั้งหลายเรื่อง”
“แม่งเอ๊ย ไอ้เศษสวะ” เนี่ยเฟยเป็นคนใจร้อน เขาหันหลังเดินไปทางประตูทันที “ฉันจะอัดมันให้พิการให้ได้”
