เจียงหรานอดสงสัยไม่ได้ว่าก่อนวันสิ้นโลก เธอมีสถานะอะไรกันแน่
“ก่อนวันสิ้นโลก คุณทำงานอะไร?”
โลกนี้ไม่ใช่โลกที่หลินปู้อวี่เคยอยู่ เธอจึงไม่ถือสาหากใครจะรู้เรื่องนี้
เธอยิ้มพลางตอบเขา “ฉันเป็นสมาชิกหน่วยรบพิเศษ”
เธอพูดอย่างไม่ใส่ใจ แต่ไม่รู้เลยว่าคำพูดนั้นทำให้หัวใจของเจียงหรานกับสวี่เวยพลุ่งพล่าน
ที่แท้ก็เป็นทหารหน่วยรบพิเศษ!
มิน่าล่ะถึงยิงปืนแม่นขนาดนี้
ก่อนหน้านี้เจียงหรานเคยคาดเดาไว้บ้าง แต่ไม่รู้เลยว่าเธอเคยเป็นทหารหน่วยรบพิเศษตัวจริงเสียงจริง
แค่ฟังจากคำเรียกก็เดาได้แล้วว่าก่อนวันสิ้นโลกเธอเคยเผชิญวิกฤตความเป็นความตายมามากแค่ไหน
มิน่าล่ะ ไม่ว่าจะเจออันตรายแบบไหน เธอก็ดูไม่หวาดหวั่น
ทั้งสามเดินคุยกันไปเรื่อย ๆ ไม่นานก็ถึงหน้าโรงพยาบาล
พื้นด้านนอกโรงพยาบาลเกลื่อนไปด้วยเศษซากร่างกายและเลือดนอง ดูวังเวงชวนขนลุก
ยังไม่ทันได้เข้าไป ทั้งสามก็ได้ยินเสียงคนร้องขอความช่วยเหลือ
พวกเขาตามหาอยู่พักใหญ่ กว่าจะพบว่าคนร้องขอความช่วยเหลือนอนอยู่บนพื้นข้างประตูโรงพยาบาล
ร่างของชายคนนั้นถูกหินก้อนใหญ่ทับไว้
สวี่เวยเป็นคนมีน้ำใจ รีบวิ่งเข้าไปเตรียมช่วยยกหินออก หลินปู้อวี่กลัวว่าอีกฝ่ายจะถูกซอมบี้ข่วนมาแล้ว จึงรีบดึงสวี่เวยไว้ “อย่าเพิ่งเข้าไป ถ้าเขาติดเชื้อไวรัสซอมบี้ขึ้นมาจะทำยังไง?”
สายตาของเจียงหรานเลื่อนตามมือหลินปู้อวี่ไปหยุดที่แขนของสวี่เวย
บางทีสวี่เวยแขนเดียวอาจจะดูดีกว่า
สวี่เวยรู้สึกเย็นวาบที่แขนขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เขาถึงกับเกาหัวอย่างงุนงง “แล้วตอนนี้จะเอายังไง? เราคงปล่อยให้เขาตายต่อหน้าต่อตาไม่ได้หรอกมั้ง?”
