หลินอวี้เชื่อฟังหลินปู้อวี่มาก เธอบอกให้เขารีบไป เขาก็ไม่รั้งอยู่ต่อ
ก่อนจากไป เขาบีบแก้มเล็ก ๆ ของเธอเบา ๆ พริบตาที่หลินอวี้เก็บเสียงกังวานสะเทือน เขาก็หายวับไปจากที่เดิม
รวดเร็วราวสายฟ้า อยู่ ๆ ก็หายไปเสียอย่างนั้น
ทันทีที่เสียงกังวานสะเทือนสลาย หลินปู้อวี่ก็แกล้งทำเป็นหมดสติ ล้มลงในอ้อมแขนเจียงหราน
เจียงหรานเพิ่งหลุดพ้นจากพลังที่กดข่มเขา จู่ ๆ ก็มีคนล้มลงในอ้อมแขน เขารีบประคองไว้ทันที “หลินปู้อวี่”
สวี่เวยกับจ้าวลี่เต๋อกลับมามีสติในที่สุด ความคิดของทั้งคู่ยังค้างอยู่ก่อนเสียงกังวานสะเทือนจะดังขึ้น
แววตาของพวกเขายังคงเต็มไปด้วยความหวาดผวา
หวาดผวาอยู่พักใหญ่ ก่อนจะพบว่าตรงหน้าว่างเปล่า ไม่มีอะไรเลย
จ้าวลี่เต๋อถามอย่างไม่แน่ใจ “ฉันตาฝาดไปหรือเปล่า ซอมบี้ระดับอันตรายขั้นสูงตัวนั้นหายไปไหนแล้ว”
สวี่เวยยังจำความรู้สึกขนลุกซู่ตอนนั้นได้ เขาส่ายหน้าอย่างหวาดหวั่น “นายไม่ได้ตาฝาด ฉันก็เห็นเหมือนกัน แล้วฉันมั่นใจมากว่าเราถูกควบคุมอยู่เป็นเวลานาน”
หลินปู้อวี่ที่แกล้งหมดสติได้ยินแล้วก็ชูนิ้วโป้งให้สวี่เวยในใจ
สมกับเป็นพระเอกของเรื่องจริง ๆ ไอคิวถึง ประสาทสัมผัสก็ไว
สุดยอดไปเลย
เจียงหรานโอบหลินปู้อวี่ไว้ ดวงตาดำสนิทจับจ้องเปลือกตาของเธอ ขนตากำลังสั่นไหว
เธอกำลังแกล้งหมดสติ
เจียงหรานหรี่ตาลง มองไปยังหว่างคิ้วของเธอ
ตรงนั้นมีรอยสีเขียวจาง ๆ
สีเดียวกับเลือดของซอมบี้
ซอมบี้ระดับอันตรายขั้นสูงตัวนั้นจากไปแล้ว แต่ยังทิ้งเลือดไว้ตรงหว่างคิ้วของเธอ
หลินปู้อวี่อาศัยจังหวะที่แกล้งหมดสติ ซบอยู่ในอ้อมแขนของเจียงหรานตลอดเวลา ถูกแขนแข็งแรงของเขาโอบกอดไว้
