ฉินอวี้ตามมาถึงนอกประตู ด้วยกลัวว่าจะทำให้ตัวประกันบาดเจ็บ เขาจึงยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ทุกคนหยุด
แต่ตัวเขาเองไม่ได้หยุด
เขาเตรียมเข้าไปเจรจากับคนร้ายทั้งสอง
คนร้ายทั้งสองคิดว่าตนจะใช้หลินจิ่นเป็นตัวประกัน แล้วหนีรอดไปได้
ทว่ากลับสบเข้ากับดวงตาคู่นั้นของหลินจิ่นที่ไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ
แต่ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นแค่สาวน้อยบอบบาง พวกเขาไม่กลัวหรอก
ทว่าในวินาทีถัดมา คนหนึ่งก็รู้สึกว่าของในมือหายวับไป
เมื่อเพ่งมองอีกครั้ง อาวุธของเขาก็ไปอยู่ในมือหลินจิ่นตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้!
หลินจิ่นไม่พูดพร่ำทำเพลง ฟาดเข้าที่ลำคอเขาทันที
คนที่ถูกฟาดกลอกตา ก่อนทรุดลงกับพื้นทันที
อีกคนไม่สนแล้วว่าเธอจะเป็นสาวสวยแค่ไหน พอเห็นเช่นนั้นก็เงื้อขวานในมือฟาดเข้าใส่ไหล่ขวาของเธอ
หลินจิ่นพลิกตัวหลบอย่างคล่องแคล่ว
ชายคนนั้นฟาดพลาด ยังคิดจะลงมืออีกครั้ง
ฉินอวี้มาถึงพอดี
ไม่มีการยื้อยุด ไม่มีการปะทะ
เขายกมือขึ้นอีกครั้ง ชายที่เพิ่งคิดทำร้ายหลินจิ่นก็เบิกตาค้าง ก่อนล้มลงกับพื้น
วิกฤตคลี่คลาย
หลินจิ่นโยนท่อเหล็กในมือทิ้ง แล้วมองฉินอวี้ตรง ๆ
ฉินอวี้พยักหน้าให้เธอเล็กน้อย “สวัสดีครับ ผมฉินอวี้ มาช่วยพวกคุณ”
“คนอื่น ๆ ล่ะคะ?”
เวินลิ่งอี๋เป็นห่วงความปลอดภัยของเธอ จึงคอยชะโงกหน้ามองทางนี้อยู่ตลอด
พอเห็นว่าคนร้ายถูกจัดการหมดแล้ว เธอก็รีบวิ่งมาหาหลินจิ่น พลางสำรวจตัวเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า
“จิ่นจิ่น ลูกไม่เป็นไรใช่ไหม?”
ลูกสาวที่บอบบางของเธอเหวี่ยงท่อเหล็กหนักขนาดนั้นฟาดคน จะบาดเจ็บเองหรือเปล่านะ!
“แม่ หนูไม่เป็นไรค่ะ ไม่ต้องห่วง” หลินจิ่นตอบคุณแม่เวินก่อน แล้วจึงพยักหน้าไปทางฉินอวี้ “อยู่ตรงนั้นค่ะ”
