จู้เส้าฉีเป็นคนยุ่งมาก
เขาเดินทางไปทำงานต่างประเทศอยู่บ่อยครั้ง จึงไม่ค่อยได้อยู่บ้าน
อีกทั้งหลายปีมานี้ ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับซูเนี่ยนเวยก็จืดจางลง ต่างคนต่างใช้ชีวิตของตัวเอง
ทั้งคู่รักษาภาพสามีภรรยาที่รักใคร่กลมเกลียวต่อหน้าคนอื่นไว้ ขอเพียงไม่ถูกเปิดโปงและไม่กระทบความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลจู้กับตระกูลซูก็พอ
เมื่อได้ยินลูกสาวบอกว่าซูเนี่ยนเวยขาดการติดต่อไปสองวันแล้ว เขากลับไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย
“แจ้งตำรวจไม่ได้” จู้เส้าฉีพูดเสียงเข้มขัดจู้หมิงเยว่ “แม่อาจกำลังยุ่งอยู่ที่ไหนสักแห่งที่ไม่มีสัญญาณ รออีกสองวัน ถ้ายังติดต่อไม่ได้ พ่อค่อยส่งคนไปตามหา”
จู้หมิงเยว่ยังคงไม่วางใจ “คุณพ่อคะ คุณแม่จะไม่เป็นอันตรายจริง ๆ ใช่ไหมคะ?”
จู้เส้าฉินแค่นเสียง “แม่จะเจออันตรายอะไรได้? นี่มันประเทศหัว ไม่ใช่ต่างประเทศเสียหน่อย จะเกิดเรื่องอะไรขึ้นได้?”
ความจริงก็เป็นเช่นนั้น
ประเทศหัวได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศที่ปลอดภัยที่สุดบนดาวเคราะห์สีน้ำเงิน
ยิ่งทุกวันนี้มีกล้องวงจรปิดอยู่ทั่วทุกหนแห่ง อัตราการก่ออาชญากรรมจึงลดต่ำลงมาก
ผู้ใหญ่คนหนึ่ง หากไม่หาเรื่องใส่ตัวและไม่ไปทำเรื่องเสี่ยงอันตราย ก็ยากที่จะเกิดเรื่องขึ้น
“เข้าใจแล้วค่ะ...”
จู้หมิงเยว่คิดว่าตัวเองตื่นตูมเกินไปหรือเปล่า
อาจจะใช่ เธอพึ่งพาแม่มากเกินไป พอจู่ ๆ ติดต่อไม่ได้ก็ย่อมกังวลและไม่สบายใจเป็นธรรมดา
“อืม ถ้าอีกสองวันแม่ยังไม่กลับมา ค่อยมาบอกพ่อ พ่อจะช่วยตามหา”
แม้ความสัมพันธ์ระหว่างจู้เส้าฉีกับซูเนี่ยนเวย ภรรยาที่แต่งงานด้วยเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างตระกูลจะจืดจางลงแล้ว แต่เขากลับรักและเอ็นดูจู้หมิงซีและจู้หมิงเยว่ ลูกฝาแฝดทั้งสองมาก
