พอนึกถึงท่าทีของคุณย่าหยวนที่มีต่อแม่ลูกเวินลิ่งอี๋กับหลินจิ่น เจียงม่านก็รู้สึกถึงวิกฤตอย่างหนัก
“แม่คะ รีบกลับมาเถอะค่ะ! หนูว่า ยายแก่คนนั้นอยากจับคู่พ่อกับผู้หญิงคนนั้น!”
ไกลออกไปถึงต่างประเทศ สีหน้าของเสิ่นเจียซือมืดครึ้ม “ม่านม่าน ลูกต้องจับตาดูพ่อให้ดี อย่าปล่อยให้แม่ลูกคู่นั้นแย่งตำแหน่งของพวกเราไปเด็ดขาด”
“แม่ยังต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะกลับไปได้ ลูกต้องทำดีกับพ่อไว้ก่อน”
“ลูกเป็นลูกแท้ ๆ คนเดียวของเขา แถมตลอดหลายปีมานี้เขาก็ห่วงใยลูกมาตลอด ในใจเขาลูกต้องมีความสำคัญ คำพูดของลูกย่อมมีน้ำหนักด้วย”
“อย่าให้เขารู้เรื่องที่ลูกทำในต่างประเทศเด็ดขาด ต่อหน้าเขาต้องทำตัวเป็นเด็กดี รู้จักคิดรู้จักทำ เข้าใจไหม?”
“วางใจเถอะค่ะแม่ หนูรู้แล้ว!” เจียงม่านแค่นเสียง “ส่วนแม่ลูกคู่นั้น หนูจะสั่งสอนให้รู้สำนึก ให้พวกนั้นไสหัวไปไกล ๆ!”
เสิ่นเจียซือเตือนว่า “ม่านม่าน ที่บ้านเราไม่เหมือนต่างประเทศ อย่าทำอะไรบุ่มบ่าม โดยเฉพาะอย่าลงมือเอง ต่อให้จะทำอะไร ก็ต้องตัดตัวเองออกจากเรื่องนี้ ให้คนอื่นจัดการแทน”
“เอาอย่างนี้ ลูกไปสืบประวัติแม่ลูกคู่นั้นให้ชัดก่อน ดูว่าพวกเธอมีศัตรูหรือเคยไปล่วงเกินใครไว้บ้าง แล้วค่อยให้คนพวกนั้นลงมือ ส่วนลูกก็คอยยุยงส่งเสริมอยู่เบื้องหลัง”
“ส่วนยายแก่นั่น...” แววอำมหิตวาบผ่านดวงตาของเสิ่นเจียซือ “อายุมากขนาดนั้นแล้ว เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายจะตาย แค่หกล้มสักครั้งก็ต้องนอนโรงพยาบาลหลายเดือน ถ้าเกิดอุบัติเหตุแบบนั้นอีกสักสองสามครั้ง จะยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่าก็ไม่มีใครรู้หรอก!”
