ความรู้สึกของฉินอวี้งั้นหรือ?
ตอนนี้เขาเพิ่งผ่าตัดได้แค่วันที่สอง ยาสลบหมดฤทธิ์แล้ว ทั้งตัวปวดระบมไปหมด
ก็เพราะเขาอดทนเก่ง ถึงได้ยังคงสีหน้าเรียบเฉยอยู่ได้
นอกจากใบหน้าจะซีดกว่าปกติมากแล้ว หากดูแค่สีหน้า ก็แทบไม่เหมือนคนที่บาดเจ็บสาหัสเลยสักนิด
ฉินอวี้เอ่ยเสียงหนักแน่นว่า “ก็ดีครับ”
หลินจิ่นพยักหน้า ก่อนยื่นมือไปเปิดผ้าห่มที่คลุมตัวเขาอยู่ “ฉันขอตรวจแผลผ่าตัดให้หน่อยนะคะ”
เดิมทีคุณปู่ฉินคิดจะเดินเข้าไปหา
แต่พอคิดอีกที ตอนนี้หลานชายของเขาไม่ได้สวมเสื้อผ้า แถมยังไม่มีแม้แต่กางเกงชั้นใน
คุณหลินเป็นหมอ ในสายตาเธอคงไม่มีเรื่องเพศมาเกี่ยว แต่หลานชายคนโตของเขาหุ่นดีขนาดนั้น ต่อให้มีแผลอยู่บ้างก็ไม่ทำให้ความดูดีลดลง
โอกาสได้ใกล้ชิดกันขนาดนี้ เขาจะเข้าไปขัดจังหวะได้อย่างไร
ตอนนี้คุณหลินกับหลานชายยังไม่มีประกายรักต่อกันก็จริง แต่ไม่ใช่ว่ารักแรกพบส่วนใหญ่เริ่มจากการตกหลุมรักรูปลักษณ์หรอกหรือ?
หลานชายของเขาทั้งเก่ง ทั้งหน้าตาดี แถมหุ่นยังเยี่ยม แบบนี้จะไม่ชวนมองจนอยากกลืนกินได้อย่างไร
ตอนนี้ในหัวคุณปู่ฉินมีแต่เรื่องทำอย่างไรให้หลินจิ่นชอบฉินอวี้
เรียกได้ว่าเริ่มหมกมุ่นจนแทบเสียสติแล้ว
พอคิดว่าจะได้หลินจิ่นที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้มาเป็นหลานสะใภ้ ก็รู้สึกว่าเป็นบุญวาสนาที่สั่งสมมาหลายชาติ
แค่ยืนคิดอยู่ตรงนั้น มุมปากก็แทบฉีกไปถึงใบหู
หลินจิ่นกำลังตั้งใจตรวจบาดแผลจากการผ่าตัดของฉินอวี้
ฉินอวี้มองสีหน้าของคุณปู่ฉินที่เปิดเผยความคิดเสียจนเห็นได้ชัดแล้วก็รู้สึกกระอักกระอ่วนอย่างยิ่ง
