เมื่อเห็นอีกฝ่ายตอบกลับมาในทันที ซูเนี่ยนเวยก็ยกยิ้มเย็นชา
เสียดายก็แต่เธอไม่มีรูปของหลินจิ่นอยู่ในมือ
ไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายคงยิ่งร้อนใจจนแทบทนรอไม่ไหว
เดิมทีหากเวินลิ่งอี๋ยอมเชื่อฟัง แต่งเข้าตระกูลหวังแต่โดยดี ก็จะช่วยให้ตระกูลซูได้เงินทุนถึงสามร้อยล้านหยวน ส่วนตัวเธอเองก็จะได้เป็นคุณนายเศรษฐีที่มีชีวิตสุขสบายในภายหน้า
จากนี้ไปเธอจะต้องเสียใจกับการตัดสินใจในวันนี้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน!
——
หลินจิ่นกลับมาถึงอพาร์ตเมนต์ เวินลิ่งอี๋ยังคงหลับอยู่
เธอนั่งลงบนโซฟานุ่ม หยิบหยกประดับขึ้นมาพลิกดูไปมาอยู่ในมือ
บนหยกประดับสลักอักษรฉินด้วยอักษรตราประทับโบราณ
ดูท่าครอบครัวที่พ่อหมั้นหมายเธอไว้ตั้งแต่เด็กน่าจะใช้นามสกุลฉิน
แต่คนแซ่ฉินในประเทศมีตั้งมากมาย จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นตระกูลไหน?
หลินจิ่นกำหยกประดับไว้ มืออีกข้างแตะปลายคางเบา ๆ พลางคัดเลือกเป้าหมายในใจ
ในรายชื่อเพื่อนของเธอเหมือนจะมีคนแซ่ฉินอยู่คนหนึ่ง
หลินจิ่นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ถ่ายรูปด้านหน้าและด้านหลังของหยกประดับแล้วส่งไปให้เขา
【รู้จักไหม?】
ฉินอวี้เพิ่งหลับตาลงหลังจากอดนอนมาสองคืนติด ร่างกายอ่อนล้าจนไม่มีแรงแม้แต่จะขึ้นเตียง เขาเอนพักอยู่บนโซฟา แต่กลับถูกเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ปลุกให้ตื่น
ปกติเขาไม่สนใจเสียงแจ้งเตือนข้อความทั่วไป
แต่เสียงแจ้งเตือนข้อความนี้เป็นเสียงพิเศษที่เขาตั้งไว้เอง
ฉินอวี้ขยี้หว่างคิ้ว หยิบโทรศัพท์จากโต๊ะกลางขึ้นมาแล้วกดเปิดข้อความ
หยกประจำตระกูลฉินปรากฏอยู่บนหน้าจอของเขาอย่างชัดเจน
ด้านหลังมีข้อความตามมาอีกสองคำว่า รู้จักไหม?
เขาจะไม่รู้จักได้อย่างไร!
นี่มันของบ้านเขาชัด ๆ!
