เวินลิ่งอี๋เป็นคนละเอียดอ่อน
แม้หลินจิ่นจะปกปิดได้แนบเนียน แต่เธอก็ยังสังเกตเห็นไอสังหารเย็นเยียบกับความดุดันที่แผ่ออกมาจากตัวหลินจิ่น
รวมถึงตาขาวที่แดงก่ำ แม้จะเหนื่อยล้ามาก แต่ก็ยังฝืนทำเหมือนไม่เป็นอะไร!
ตอนแยกกันช่วงเที่ยง เธอยังดูปกติดีอยู่เลย
ช่วงเวลาสั้น ๆ แค่นี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
เวินลิ่งอี๋เป็นห่วงมาก
แต่เธอไม่กล้าถามอะไรเลย
หลินจิ่นไม่พูด ไม่อยากให้เธอเป็นห่วง เธอก็แสร้งทำเป็นไม่สังเกตเห็นอะไรทั้งนั้น
เวินลิ่งอี๋ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูอย่างใจลอยเป็นเวลานาน ก่อนจะกลับไปนั่งบนโซฟา
ลูกแมวสองตัวที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ในห้องนั่งเล่นพุ่งเข้ามาหาเธอ คลอเคลียขาเบา ๆ พร้อมส่งเสียงร้องเหมียว ๆ
เธอก้มลงอุ้มลูกแมวทั้งสองขึ้นมา แล้วพร่ำเล่าความกังวลในใจให้พวกมันฟัง…
——
หน่วยปฏิบัติการแห่งหนึ่ง
ห้องประชุมสว่างไสว
เพราะเรื่องของฉินอวี้ หน่วยปฏิบัติการสูญเสียกำลังพลอย่างหนัก ทุกคนจึงกำลังประชุมฉุกเฉินกันอยู่
ทันใดนั้นก็มีเสียงตวาดดังมาจากด้านนอก
“พวกคุณเป็นใคร? ใครอนุญาตให้เข้ามา? ที่นี่เป็นเขตสำคัญทางทหาร ห้ามบุคคลภายนอกเข้าใกล้ กรุณาหยุดอยู่ตรงนั้น”
“ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่คนทั่วไปควรมา รีบออกไป อย่ามายืนอยู่แถวนี้”
หมิ่นจือสิงวางปากกาลงบนโต๊ะเสียงดัง สีหน้าเคร่งขรึม “เกิดอะไรขึ้น?”
คนด้านนอกรีบเข้ามารายงาน “ผู้บังคับบัญชา มีคนบุกรุกเข้ามาโดยพลการ ไม่ยอมออกไปครับ”
น้ำเสียงของหมิ่นจือสิงเย็นชา “ใครมันไม่กลัวตายขนาดนั้น? พาตัวเข้ามา”
