เสิ่นหวยชวนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา นิ้วยาวเรียวเคาะหน้าจออย่างรวดเร็ว
“ได้ ฉันรอนายอยู่ ถึงข้างล่างแล้วบอกฉันด้วย”
เวลาต่อจากนั้นกลายเป็นการทรมานแสนยาวนานสำหรับเขา
เสิ่นหวยชวนพบว่าตัวเองไม่อาจจัดการงานได้เลย
เอกสารบนโต๊ะ ทุกตัวอักษรเขาล้วนอ่านออก แต่พอรวมกันกลับไม่อาจซึมเข้าสู่สมองได้เลย
เขาหยิบสัญญามูลค่ากว่าร้อยล้านขึ้นมา อ่านอยู่ห้านาที แต่สายตากลับจับจุดไม่ได้สักที ในหัวมีแต่เรื่องยุนเวยจะสวมเสื้อผ้าแบบไหน ตอนนี้เธอออกจากบ้านหรือยัง
เขาบังคับตัวเองให้เปิดคอมพิวเตอร์จัดการอีเมลด่วน ทว่าเคอร์เซอร์กะพริบอยู่บนหน้าจอเป็นเวลานาน เขากลับพิมพ์อะไรไม่ออกแม้แต่ตัวอักษรเดียว
จนกระทั่งเขารู้ตัวว่าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดหน้าต่างสนทนากับยุนเวยเป็นครั้งที่ห้า เพื่อเช็กว่าเธอส่งข้อความใหม่มาหรือไม่ เสิ่นหวยชวนจึงตระหนักได้ทันทีว่าตัวเองผิดปกติ
เขาสูดลมหายใจลึก ใช้นิ้วนวดหว่างคิ้วแรง ๆ แล้วบังคับตัวเองคว่ำโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ จะได้ไม่เห็นให้วอกแวก
เขาต้องข่มใจ อย่าปล่อยให้อารมณ์ของตัวเองส่งผลกระทบต่องาน
ทว่าการข่มใจครั้งนี้ไร้ประโยชน์
แม้ร่างกายของเขาจะนั่งอยู่ในห้องทำงาน แต่วิญญาณกลับล่องลอยไปถึงโถงชั้นล่างแล้ว เฝ้ารอเงาร่างนั้นปรากฏขึ้นอย่างกระวนกระวาย
ตอนเลขาหลินถือกาแฟเดินเข้ามา ก็เห็นเจ้านายของเธอ ชายผู้สงบนิ่งและควบคุมตัวเองได้เสมอ ต่อให้ภูเขาถล่มลงมาตรงหน้าก็ไม่เปลี่ยนสีหน้า กำลังเดินวนไปมาอย่างกระสับกระส่ายอยู่ในห้องทำงาน บางครั้งก็เหลือบมองโทรศัพท์ แววตาระหว่างคิ้วเผยความร้อนใจและความคาดหวังให้เห็นอย่างชัดเจน
