เมื่อได้ยินคำพูดของกู้จิ่น เสิ่นหวยชวนก็เหมือนได้ยินเรื่องตลกที่เหลวไหลที่สุดในโลก เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะเสียงต่ำอย่างเย้ยหยัน
“หุ้น 10% ของบริษัทกู้? ที่ดินทางตะวันออกของเมือง?” เขาทวนคำแล้วส่ายหน้า “กู้จิ่น ถึงตอนนี้นายยังไม่เข้าใจอีกเหรอ?”
“ข้อแรก ของพวกที่นายพูดถึง ฉันไม่ได้ขาด และก็ไม่เห็นค่า ข้อสอง...” น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบลงทันที “ยุนเวยเป็นภรรยาของฉัน เป็นแม่ของลูกชายฉัน เป็นคนที่มีชีวิตจิตใจ ไม่ใช่สิ่งของที่จะเอามาวางบนตาชั่งเพื่อประเมินราคาได้”
เสิ่นหวยชวนก้าวเข้าไปหยุดตรงหน้ากู้จิ่นทีละก้าว
“อาจิ่น” เขาเรียกเบา ๆ คำเรียกนี้เคยเป็นตัวแทนมิตรภาพระหว่างพวกเขา แต่ตอนนี้กลับเหลือเพียงความเย้ยหยันไม่รู้จบ
“ตั้งแต่นายกลับมา ฉันก็รู้แล้วว่าเราคงเป็นเพื่อนกันไม่ได้อีก”
ริมฝีปากของกู้จิ่นขยับ แต่กลับเปล่งเสียงอะไรไม่ออก
“บางทีนายกับเวยเวยอาจมีวาสนาแต่ไร้ชะตาก็ได้ ไม่อย่างนั้นจะบังเอิญขนาดนั้นได้ยังไง ทำไมเรื่องแบบนั้นถึงเกิดขึ้นก่อนที่พวกนายจะแต่งงานกันพอดี?”
