ตั้งแต่เริ่มรู้ความ เสิ่นยุนไคก็รู้ว่าตัวเองมีพ่อแม่ที่ดีที่สุดในโลก และก็ไร้ความรับผิดชอบที่สุดในโลกเช่นกัน
ที่ว่าดีน่ะหรือ ก็เพราะพ่อหล่อ ส่วนแม่ก็สวยและอ่อนโยน สายตาที่ทั้งคู่มองกันมักเป็นประกายระยิบระยับ ราวกับมีแสงดาวที่ถูกบดละเอียดอยู่เต็มดวงตา
ทั้งคู่ยังชอบอุ้มเขาไว้ในอ้อมแขน จูบแก้ม แล้วเรียกเขาด้วยเสียงอ่อนโยนที่สุดว่า ไคไคคนเก่ง
ส่วนที่ว่าไร้ความรับผิดชอบน่ะหรือ... ก็เพราะทั้งคู่ชอบแอบหนีไปใช้เวลาสองต่อสองโดยที่เขาไม่รู้ตัวอยู่บ่อย ๆ!
ตอนอายุสามขวบ เขาเห็นพ่อแม่ลากกระเป๋าเดินทางเตรียมออกจากบ้าน ก็รีบสาวขาสั้น ๆ วิ่งไปกอดขาแม่ แล้วส่งเสียงร้องไห้ดังที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อประท้วง
ผลคือพ่ออุ้มเขาออกจากขาแม่ แล้วยัดใส่อ้อมกอดคุณปู่ที่ยิ้มจนแทบไม่เห็นตา จากนั้นก็โอบเอวแม่เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง!
วันนั้นคุณปู่คุณย่าพาเขาไปสวนสนุกที่ใหญ่ที่สุด ส่วนคุณตาคุณยายซื้อหุ่นทรานส์ฟอร์เมอร์รุ่นลิมิเต็ดให้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคิดว่าสวนสนุกไม่ดีเท่าอ้อมกอดของแม่ และหุ่นทรานส์ฟอร์เมอร์ก็หอมไม่เท่ากลิ่นของแม่
ความขุ่นข้องใจนี้ติดตามเสิ่นยุนไคไปตลอดวัยเด็กก่อนเข้าเรียน
ในอัลบั้มของคุณชายน้อยแห่งตระกูลเสิ่น ขาดภาพถ่ายที่พ่อแม่ควรยืนอยู่ตรงกลางเคียงข้างเขาไปนับไม่ถ้วน
แน่นอนว่า แม้พ่อแม่จะไม่ค่อยพาเขาไปไหน แต่คุณปู่คุณย่าและคุณตาคุณยายกลับถือว่าการชดเชยให้เขาเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิต
ท่านเสิ่นผู้อาวุโส บุคคลทรงอำนาจเด็ดขาดในแวดวงธุรกิจ กลับกลายเป็นคนขนของเล่นที่ไร้หลักการเมื่ออยู่ต่อหน้าหลานชาย
เพียงไคไคน้อยเบะปาก ทำท่าราวกับจะร้องไห้ ท่านผู้อาวุโสก็ยอมแพ้ทันที วันนี้ซื้อเครื่องบินบังคับ พรุ่งนี้สร้างปราสาทเลโก้ จนแทบเปลี่ยนบ้านเก่าตระกูลเสิ่นให้กลายเป็นสวนสนุกส่วนตัวของหลานชาย
