อันนาอยู่ข้างหน้า เสิ่นอี้ตามหลัง ทั้งสองวิ่งสุดชีวิตหนีฝูงหมาป่าที่ไล่กวดมาติด ๆ
อย่าดูถูกว่าอันนาเป็นผู้หญิง เพราะฝีเท้าของเธอปราดเปรียวมาก หากไม่ใช่เพราะเสิ่นอี้มีค่าสถานะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เขาคงวิ่งตามผู้หญิงคนนี้ไม่ทัน เธอคล่องแคล่วราวกับจิ้งจอกเพลิง วกวนผ่านป่าทึบและทุ่งหญ้า เปลี่ยนเส้นทางอยู่ตลอด แม้หมาป่าพวกนั้นจะวิ่งเร็วมาก แต่ชั่วขณะหนึ่งก็ยังไล่ตามพวกเขาไม่ทัน
“เร็วเข้า! ข้างหน้าคือหน้าผา พอถึงขอบแล้วอย่าลังเล กระโดดลงไปเลย!” อันนาตะโกนจากด้านหน้า
“คุณไม่ได้บอกว่าเข้ามาล่ามนุษย์หมาป่าหรอกเหรอ?” เสิ่นอี้ตะโกนถามจากด้านหลัง
“บางครั้งก็ถูกมนุษย์หมาป่าไล่ล่าบ้างเหมือนกัน!” อันนาตะโกนตอบโดยไม่หันกลับมา
“ดูไม่เหมือนแค่บางครั้งเลยนะ”
หน้าผาที่อยู่ไกลออกไปเริ่มมองเห็นได้ราง ๆ
ขณะที่ทั้งสองกำลังจะพุ่งถึงขอบหน้าผา เสิ่นอี้ก็รู้สึกถึงลางร้ายขึ้นมาอีกครั้ง
ไม่มีเวลาคิด เขาตะโกนลั่นว่า “อันตราย!”
แล้วผลักอันนาออกไปเต็มแรง
แสงสีเงินสายหนึ่งพุ่งผ่านท้องฟ้า พร้อมเสียงกรีดร้องแหลมบาดหู ก่อนพุ่งเข้าใส่เส้นทางที่อันนาวิ่งผ่านเมื่อครู่ราวกับดาวหาง กระแทกพื้นหินจนเป็นหลุมลึก
เมื่อเพ่งมองจึงพบว่า หมาป่ายักษ์สีเงินขนขาวโพลนตัวหนึ่งกำลังร่วงลงมาจากฟ้า
พลังจากกรงเล็บเดียวของมันรุนแรงไม่ต่างจากกระสุนปืนใหญ่
“โฮก!” หมาป่าสีเงินพุ่งโจมตีพลาด จึงแผดเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่ง ฝูงหมาป่าที่ไล่ตามมาแต่ไกลพลันหยุดฝีเท้าพร้อมกัน แล้วหอนก้องขึ้นสู่ท้องฟ้า เสียงนั้นทำให้ผู้ฟังหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ
“หัวหน้าหมาป่าสีเงิน!” อันนาร้องลั่น ใบหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว
หัวหน้าหมาป่าสีเงินคือราชันแห่งมนุษย์หมาป่า มีพละกำลังมหาศาลและความเร็วสูง อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในลูกน้องคนสำคัญที่สุดของเคานต์แวมไพร์แดรกคิวลา วิคเคน พี่ชายของอันนา หายตัวไปในการต่อสู้กับหัวหน้าหมาป่าสีเงินครั้งนั้น สองพี่น้องรวบรวมนักล่าปีศาจหลายสิบคนซึ่งถือปืนลูกซองมาด้วย แต่ผลสุดท้ายคือหมาป่าสีเงินยังมีชีวิตอยู่ ส่วนผู้ที่พยายามฆ่ามันกลับกลายเป็นหนึ่งในฝูงมนุษย์หมาป่าที่กำลังไล่ล่าพวกเขาในตอนนี้