บทที่ 12 พี่น้อง
บาร์ในทรานซิลเวเนียไม่เคยครึกครื้น
นอกจากขี้เมาไม่กี่คนแล้ว ชาวเมืองส่วนใหญ่ต่างเคยชินกับการหลบอยู่ในบ้าน กลางคืนเป็นเวลาของเหล่าอมนุษย์ แม้การหดหัวอยู่แต่ในบ้านจะไม่ได้ช่วยปกป้องพวกเขาได้จริง แต่ก็ช่วยปลอบประโลมใจคนขี้ขลาดได้
แวน เฮลซิงนั่งดื่มเหล้าอยู่ตามลำพังตรงมุมหนึ่งของบาร์ ข้างหูมีเสียงตะโกนโหวกเหวกของขี้เมาสองสามคน
ไม่นานเสียงโหวกเหวกก็เงียบลง
เสิ่นอี้ปรากฏตัวขึ้นที่ประตู
นักดื่มหลายคนหยุดส่งเสียงเอะอะ ต่างมองเสิ่นอี้ด้วยแววตาหวาดเกรง
เสิ่นอี้เดินไปนั่งข้างแวน เฮลซิง
“แกสเคน เอามาให้แก้วหนึ่ง” เสิ่นอี้โยนเหรียญเงินให้เด็กเสิร์ฟในบาร์
แกสเคนยกเบียร์แก้วใหญ่เต็มปริ่มมาวางตรงหน้าเสิ่นอี้ แล้วดันเหรียญเงินกลับไป “ฉันเลี้ยงเอง ถึงฉันจะไม่ชอบวิธีที่นายทำ แต่ก็ยอมรับว่านายพูดถูก”
เสิ่นอี้ประหลาดใจไม่น้อย
ตอนที่ชาวเมืองทุกคนเชื่อฟังเขา แกสเคนเป็นคนเดียวที่คัดค้าน
ตอนนี้ชาวเมืองทุกคนเริ่มหวาดกลัวเขา แกสเคนกลับกลายเป็นคนเดียวที่สนับสนุนเขา
“ขอบคุณ” เขากล่าว
จากนั้นเสิ่นอี้ยกแก้วให้แวน เฮลซิงด้วย ก่อนดื่มรวดเดียวหมด
แวน เฮลซิงยกแก้วตอบ “ฉันเองก็ต้องยอมรับว่า ที่ประเมินนายไว้เมื่อกลางวันนั้นผิด นายเป็นนักล่าสัตว์ประหลาดที่เก่งทีเดียว แปลกจริง ทำไมก่อนหน้านี้ฉันถึงไม่เคยได้ยินชื่อของนายเลย”
“อาจเป็นเพราะคำประเมินของคุณไม่ได้ผิดไปเสียทั้งหมด ฝีมือผมยังอ่อนด้อยจริง ๆ ทำได้แค่ใช้สมองชดเชยข้อบกพร่อง แต่ถ้าเลือกได้ ผมก็อยากให้หมัดตัวเองหนักกว่านี้” เสิ่นอี้ยิ้ม “บางทีคุณอาจชี้แนะผมได้บ้าง?”
แวน เฮลซิงมองเสิ่นอี้อย่างแปลกใจ
เสิ่นอี้รีบกล่าว “ผมคิดว่าคุณคงไม่เห็นว่าท่านเคานต์แดรกคิวลาเป็นคนรับมือง่ายหรอกใช่ไหม มีผู้ช่วยที่แข็งแกร่งหน่อยย่อมดีกว่าอ่อนแอ จริงไหม?”
แวน เฮลซิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าในที่สุด “อยากเรียนอะไรล่ะ?”
“คุณสอนอะไร ผมก็เรียนอย่างนั้น” เสิ่นอี้ตอบอย่างไม่ลังเล
ตอนนี้เขากระหายที่จะเพิ่มพลังต่อสู้ให้ตัวเองอย่างยิ่ง ความปรารถนานี้ไม่ต่างจากนักเดินทางกระหายน้ำกลางทะเลทราย เป้าหมายแรกคือมีให้ได้ก่อน ค่อยเลือกทีหลัง