ยามเช้าตรู่ เมื่อเสิ่นอี้ตื่นขึ้นมา เขาก็รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า
พลังจิตของเขาฟื้นคืนกลับมาเต็มเปี่ยมแล้ว
การที่พลังจิตหมดเกลี้ยงในครั้งนี้ทำให้เขาตระหนักถึงผลลัพธ์อันน่ากลัว ดูท่าคราวหน้าหากใช้ทักษะ เขาต้องระวังไม่ให้พลังจิตถูกใช้จนหมดอีก
ขณะที่เสิ่นอี้กำลังทบทวนสิ่งที่ตนค้นพบ ประตูห้องก็ถูกกระแทกเปิดออกดังปัง
อันนาเดินเข้ามาด้วยความโมโห ใช้หมัดเล็ก ๆ ทุบเสิ่นอี้ “ไอ้คนสารเลว! ทำไมไม่บอกฉันตั้งแต่แรกว่าเขาเป็นพี่ชายฉัน! ฉันเกือบฆ่าเขาไปแล้ว!”
เห็นได้ชัดว่าอันนาโกรธเสิ่นอี้มาก หมัดที่ชกออกมาทั้งหนักทั้งแรง ถึงกับทำให้เกิดความเสียหาย -1 หลายครั้ง เสิ่นอี้คว้ามือน้อย ๆ ของเธอไว้แล้วร้องว่า “ฟังฉันอธิบายก่อน...”
แต่อันนากำลังทั้งชกทั้งเตะอยู่ตอนนี้ จะมีอารมณ์ฟังเขาพูดได้อย่างไร เธอกับวิคเคนพี่ชายสนิทกันมากมาตั้งแต่เด็ก หลังจากวิคเคนถูกมนุษย์หมาป่าซัดตกหน้าผาเมื่อสองเดือนก่อน เธอก็คิดว่าพี่ชายตายไปแล้ว ไม่คิดว่าเขาจะกลายเป็นมนุษย์หมาป่ากลับมา
เสิ่นอี้รู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นพี่ชายของเธอ แต่ยังต่อสู้เอาเป็นเอาตายกับมนุษย์หมาป่าตัวนี้ แถมยังไม่ยอมบอกเธอ แล้วจะไม่ให้เธอโกรธได้อย่างไร
เมื่อเห็นว่ารั้งอันนาที่กำลังอาละวาดเพราะอารมณ์ชั่ววูบไว้ไม่อยู่ เสิ่นอี้จึงรวบตัวเธอเข้ามากอด แล้วจูบเธออย่างหนักหน่วง
จูบนี้ทำให้อันนาพูดต่อไม่ออกแม้แต่ครึ่งคำ เธอมองเสิ่นอี้ด้วยแววตาตื่นตะลึง ตอนแรกยังคิดขัดขืนอยู่บ้าง แต่ไม่นานก็ถูกจูบจนมึนงงไปหมด ร่างทั้งร่างอ่อนระทวยไร้เรี่ยวแรง แล้วจะยังมีแรงไปหาเรื่องเสิ่นอี้ได้อย่างไร
เมื่อเห็นเธอค่อย ๆ สงบลง เสิ่นอี้ก็ถอนหายใจ เขาผละจากริมฝีปากแดงสดของอันนา “ยังจำพนันตอนที่เราฆ่าหัวหน้ามารร่างแคระได้ไหม? ฉันให้เธอรับปากว่าจะทำเรื่องหนึ่งให้ฉัน”
“เรื่องอะไร?” อันนามองเสิ่นอี้อย่างเหม่อลอย
“ก็เรื่องนี้ไง” เสิ่นอี้ตอบ “ฉันขอโทษที่ไม่ได้บอกเรื่องพี่ชายของเธอให้เร็วกว่านี้ เพราะไม่รู้ว่าจะพูดกับเธอยังไง ที่จริงเหตุผลหลักคือฉันยังยืนยันไม่ได้ว่าพี่ชายเธอกลายเป็นมนุษย์หมาป่าแล้วหรือยัง ฉันต้องใช้เวลาสังเกตและวิเคราะห์”
“ฉันไม่เข้าใจ”
เสิ่นอี้ยิ้มเจื่อน