ราวกับเทพอสูรสีเลือดปรากฏขึ้นต่อหน้าทุกคน สีหน้าของเสิ่นอี้เย็นชาและแฝงความหยิ่งผยองอยู่เล็กน้อย
มนุษย์กลายพันธุ์คนหนึ่งตะโกนลั่น ชูปืนยิงใส่เสิ่นอี้ ส่วนมนุษย์กลายพันธุ์อีกหลายคนก็ลงมือพร้อมกัน
เสิ่นอี้ยกปืนด้วยมือเดียว พุ่งเข้าใส่กลุ่มมนุษย์กลายพันธุ์อย่างบ้าคลั่ง ปืนเพลิงวิญญาณพ่นเปลวเพลิงสังหารออกมาเป็นชุด
ทั้งสองฝ่ายต่างไม่หลบ มนุษย์กลายพันธุ์แผดเสียงคำรามพร้อมเหนี่ยวไก กระสุนกระหน่ำใส่ร่างเสิ่นอี้จนแสงสีขาววาบขึ้นไม่หยุด ขณะที่เสิ่นอี้ฝ่าดงกระสุนพุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว ยิงสังหารมนุษย์กลายพันธุ์สองคนติดต่อกัน
ชั่วพริบตา เสิ่นอี้ก็พุ่งไปถึงตัวพวกมัน มือซ้ายสะบัดสัมผัสแวมไพร์ วาดประกายเย็นเยียบฟันเข้าใส่ลำคอของมนุษย์กลายพันธุ์คนหนึ่ง
ศีรษะของมนุษย์กลายพันธุ์คนนั้นพลันหดกลับเข้าไปในอกอย่างรวดเร็ว สัมผัสแวมไพร์ฟันผ่านอากาศเหนือร่างไร้ศีรษะ ทันใดนั้นหัวของมันก็โผล่กลับมา ก่อนจะแสยะยิ้มให้เสิ่นอี้อย่างน่ากลัว
หากเป็นคนทั่วไปได้เห็นภาพเช่นนี้ คงตกใจจนหัวใจวายไปแล้ว แต่เสิ่นอี้กลับยิ้มเย็นและเอ่ยว่า “น่าสนใจดี”
เขายกเท้าเตะเข้าที่หว่างขาของมนุษย์กลายพันธุ์คนนั้น มันร้องลั่น ก่อนจะทรุดลงกุมเป้าตรงนั้นทันที
เสิ่นอี้กล่าวเสียงเย็น “น่าเสียดายที่แกไม่ได้หดได้ทุกส่วน”
เขาพลิกมือฟันดาบใส่ จนหน้าอกของมนุษย์กลายพันธุ์คนนั้นฉีกขาด
อีกด้านหนึ่ง มนุษย์กลายพันธุ์คนหนึ่งโยนปืนทิ้ง แล้วคำรามใส่เสิ่นอี้สุดเสียง
เสียงคำรามนั้นก่อเกิดคลื่นอากาศมหึมา เสิ่นอี้ได้ยินเสียงอื้ออึงก้องอยู่ในหู ราวกับมีคนยัดประทัดลูกใหญ่เข้ามา คลื่นอากาศมหาศาลผลักเขาลอยขึ้นจากพื้นราวกับแรงระเบิด
ขณะลอยอยู่กลางอากาศ เสิ่นอี้ใช้หางตาจับเป้าหมายไว้ได้แล้ว เขาเอียงตัวกลิ้งกลางอากาศ พลางใช้ยุทธวิถีกระสุนวิถีโค้ง ปืนเพลิงวิญญาณยิงไปในทิศทางหนึ่ง กระสุนวาดเส้นโค้งงดงามกลางอากาศ ก่อนพุ่งเข้าปากมนุษย์กลายพันธุ์คนนั้น
มนุษย์กลายพันธุ์คนนั้นล้มลงทันที
คลื่นอากาศสลายไป เสิ่นอี้ร่วงกระแทกพื้นอย่างแรงและกระอักเลือดออกมาคำใหญ่