ทั้งที่นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของเซี่ยเจาฝานที่ได้นั่งปรุงโอสถอยู่หน้าเตาหลอมอย่างแท้จริง แต่กลับแทบไม่มีความรู้สึกติดขัดแม้แต่น้อย
นางไม่จำเป็นต้องรื้อฟื้นขั้นตอนในความทรงจำด้วยซ้ำ ร่างกายก็ขยับไปตามธรรมชาติและทำสิ่งที่ถูกต้องที่สุดออกมา
ควรส่งพลังวิญญาณเข้าไปเมื่อใด เปลวไฟควรเพิ่มอุณหภูมิขึ้นเท่าใด สมุนไพรชนิดใดต้องหลอมก่อน ชนิดใดต้องใส่เป็นลำดับสุดท้าย เมื่อใดควรเพิ่มความแรงของไฟ เมื่อใดควรเก็บพลังวิญญาณ ทุกอย่างแม่นยำจนแทบเรียกได้ว่าเข้มงวดเกินไป
เหลี่ยวฝานที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เดิมทีเพียงตั้งใจมาสังเกตการณ์เท่านั้น
ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป สีหน้าของเขาก็เริ่มเปลี่ยนไปทีละน้อย
จากแรกเริ่มที่มีเพียงความอยากรู้อยากเห็น ต่อมากลายเป็นความประหลาดใจ และในที่สุดก็กลายเป็นความไม่อยากเชื่อ เพราะวิธีปรุงโอสถของเซี่ยเจาฝานช่ำชองเกินไปจริง ๆ
การควบคุมไฟและฤทธิ์ยาของนาง ทำให้เหลี่ยวฝานยิ่งมั่นใจว่า แม่นางน้อยตรงหน้าต้องเป็นปรมาจารย์ด้านวิถีปรุงโอสถ ผู้คลุกคลีอยู่กับศาสตร์นี้มานานนับปีในชาติก่อนอย่างแน่นอน
เวลาค่อย ๆ ผ่านไป เปลวไฟในเตาหลอมเปลี่ยนแปลงไม่หยุด กลิ่นหอมจาง ๆ ของโอสถเริ่มลอยออกมาจากภายใน
หลายชั่วยามให้หลัง เซี่ยเจาฝานจึงยกฝ่ามือขึ้น พลังวิญญาณค่อย ๆ ถอนกลับ
เปลวไฟในเตาหลอมมอดลงทีละน้อย กลิ่นโอสถเข้มข้นพลันอบอวลไปทั่ว
ดวงตาเซี่ยเจาฝานเป็นประกาย นางยื่นมือไปเปิดฝาเตา
โอสถสิบเม็ดกลมเกลี้ยงอวบอิ่มนอนสงบนิ่งอยู่ก้นเตา ผิวของแต่ละเม็ดเรืองแสงวิญญาณจาง ๆ ทั้งยังใสกระจ่างกลมมน แทบไม่มีสิ่งเจือปนให้เห็น
