ทั้งสองเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เล็ก จะพูดว่ารู้จักกันตั้งแต่ยังใส่กางเกงเป้าก็ไม่เกินจริง
แม้เด็กสาวผู้นั้นจะเอาแต่ใจและอารมณ์ร้ายมาตั้งแต่เล็ก แต่ก็ไม่มีทางเป็นคนที่มีแรงมากจนเหวี่ยงหญิงรับใช้วัยกลางคนปลิวได้
ยิ่งไปกว่านั้น ท่วงท่าตอนที่นางลงมือเมื่อครู่ยังคล่องแคล่วเด็ดขาด ไม่เหมือนคุณหนูในห้องหอธรรมดาเลยแม้แต่น้อย
เผยเส้าหวายเผลอมองไปทางที่เซี่ยเจาฝานจากไป จู่ ๆ ในใจก็ผุดความคิดอันเหลวไหลขึ้นมา
ช่วงนี้…ข้าคงไม่ได้ล่วงเกินนางมากเกินไปใช่หรือไม่?
เรื่องถอนหมั้นนับด้วยหรือไม่? แล้วยังมีเรื่องที่ก่อนหน้านี้ข้าเมินนางเพราะเซี่ยจิ่นอี๋อีก…
คงไม่ถึงขั้นที่นางจะมาต่อยข้าจนอ่วมกระมัง?
เผยเส้าหวายเริ่มครุ่นคิดถึงปัญหาหนึ่งอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก
หากเซี่ยเจาฝานมาหาเรื่องเขาเพราะเรื่องเหล่านี้จริง ๆ เขาจะรับมือกับพละกำลังประหลาดของนางเมื่อครู่ไหวหรือไม่?
เมื่อนึกถึงสภาพที่แม่นมโจวปลิวออกไป สีหน้าของเขาก็พลันดูไม่เป็นธรรมชาติขึ้นมาเล็กน้อย
แต่ย่อมแสดงความคิดเหล่านี้ออกมาไม่ได้ เขารีบเก็บสีหน้า แล้วปลอบเซี่ยจิ่นอี๋ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนสองสามประโยค ก่อนเอ่ยลาเซี่ยฉงซานกับภรรยา
จนกระทั่งเงาของเขาลับหายไปนอกประตูจวน เซี่ยฉงซานก็ยังยืนอยู่ที่เดิม ใบหน้ามืดครึ้ม
เขามองไปทางที่เซี่ยเจาฝานจากไป คิ้วขมวดเข้าหากันแน่น
บุตรสาวคนนี้…ดูเหมือนจะแตกต่างจากเมื่อก่อน
ในเวลาเดียวกัน เซี่ยเจาฝานผู้ที่ทุกคนคิดว่าอันตรายอย่างยิ่งก็กลับมาถึงห้องของตนแล้ว
พอปิดประตูห้อง นางก็รีบยื่นมือไปปลดชุดที่เปื้อนสกปรกบนกาย
“พวกเจ้ามัวยืนมองอะไรกัน?”
นางหันไปมองสาวใช้สองคนที่อยู่ด้านหลัง
“รีบมาช่วยข้าเปลี่ยนชุดเร็วเข้า”
สาวใช้ทั้งสองชะงักพร้อมกัน
ปกติพวกนางรับหน้าที่ปรนนิบัติคุณหนูรองอยู่แล้ว เพียงแต่หลังจากเหตุการณ์เมื่อครู่ พอเห็นเซี่ยเจาฝานก็อดหวาดหวั่นอยู่ในใจไม่ได้
ทั้งสองมองหน้ากัน สุดท้ายก็ยังฝืนใจเดินเข้าไปหา
“คุณหนูรอง บ่าวจะปรนนิบัติท่านเปลี่ยนเสื้อผ้าเจ้าค่ะ”
“อืม”
เซี่ยเจาฝานยืนนิ่ง ปล่อยให้ทั้งสองช่วยแก้สายคาดเอวอันซับซ้อน
เดิมทีนางคิดว่าเสื้อผ้าโบราณคงมีแค่เสื้อตัวในกับเสื้อตัวนอกอย่างละชั้น แต่พอได้ลงมือจริง ๆ ถึงรู้ว่าตนคิดง่ายเกินไป
ไม่ต้องพูดถึงเสื้อผ้าที่ซ้อนกันหลายชั้น สายคาดเอว สายผูก หยกประดับ และเครื่องห้อยต่าง ๆ ยังพันกันยุ่งเหยิง แค่แกะออกก็เสียเวลาไม่น้อย
นางง่วนอยู่ตั้งนาน แต่ก็ยังไม่เข้าใจเสียทีว่าสายเส้นหนึ่งควรดึงออกทางไหน
เซี่ยเจาฝานอดบ่นในใจไม่ได้ เสื้อผ้าโบราณนี่ใครเป็นคนออกแบบกันนะ? ทำให้มันเรียบง่ายกว่านี้ไม่ได้หรือไง?
ในที่สุดเมื่อเปลี่ยนเป็นชุดสะอาดแล้ว นางมองสาวใช้ตัวน้อยทั้งสองที่ก้มหน้าตลอดเวลา ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ๆ พลันรู้สึกใจอ่อนขึ้นมา
“พวกเจ้ากลัวอะไรกัน?”
นางพูดขึ้นลอย ๆ “ข้าจะลงไม้ลงมือกับพวกเจ้าโดยไม่มีเหตุผลหรือไร?”
สิ้นเสียง นางกลับเงียบไปเสียเอง เพราะความทรงจำของร่างเดิมผุดขึ้นมาอย่างไม่ไว้หน้า
เคยทำจริง แถมไม่ใช่แค่ครั้งเดียว
บางครั้งก็เพราะน้ำชาเย็นไป บางครั้งก็เพราะรีดเสื้อผ้าไม่เรียบพอ
ถึงขั้นมีอยู่ครั้งหนึ่ง เพียงเพราะสาวใช้คนหนึ่งเผลอพูดผิดไปประโยคเดียว ร่างเดิมก็ลงโทษให้นางคุกเข่าอยู่ในลานเรือนหนึ่งชั่วยาม
เซี่ยเจาฝานพลันรู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมาเล็กน้อย
“……”
เอาเถอะ คำพูดนี้ฟังไม่ขึ้นจริง ๆ นางถอนหายใจยาวในใจ
ข้ามภพทั้งทีช่วยมีกฎพื้นฐานกันหน่อยได้ไหม? คนอื่นข้ามภพมาก็ได้ตัวตนที่สะอาดหมดจด มีญาติมิตร มีนิ้วทองคำติดตัว
ส่วนฉันน่ะหรือ ตัวตนเป็นคุณหนูตัวปลอม คู่หมั้นกำลังจะถอนหมั้น พ่อแท้ ๆ ก็จะลงโทษ สาวใช้ยังเคยถูกเจ้าของร่างเดิมรังแกอีก ข้างกายไม่มีใครพึ่งพาได้เลยสักคน
ถ้าเมื่อครู่ระบบไม่โผล่มาช่วยทันเวลา วันนี้ฉันคงต้องนอนคว่ำบนเตียงพักรักษาแผลอยู่หลายวันแน่
แม้กฎลงโทษของตระกูลเซี่ยจะไม่โหดร้ายเท่าการลงโทษด้วยไม้เรียวของทางการ แต่ถ้าโดนโบยสักห้าทีจริง ๆ ก็เจ็บจนจำไปอีกนาน
คุณหนูในยุคนี้ดูงดงามหรูหราก็จริง แต่ในความเป็นจริงกลับแทบไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ด้วยตนเอง
เซี่ยเจาฝานยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว นางเดินไปนั่งหน้ากระจกทองแดง ในที่สุดก็มีเวลาพินิจดูรูปลักษณ์ปัจจุบันของตนอย่างจริงจัง
เด็กสาวในกระจกอายุเพียงสิบห้าปี
คิ้วตายังเจือความเยาว์วัยอยู่บ้าง ทว่ารูปหน้ากลับงดงามสดใสได้สัดส่วน ผิวขาวผ่องเนียนละเอียด โดยเฉพาะดวงตาดอกท้อคู่นั้นช่างงามจับใจ
เซี่ยเจาฝานจ้องกระจกอยู่นาน
ต้องยอมรับว่าการข้ามภพครั้งนี้ นอกจากเริ่มต้นได้แย่ไปหน่อยแล้ว สภาพร่างกายกลับนับว่าดีทีเดียว
อย่างน้อยใบหน้านี้ หากอยู่ในยุคปัจจุบันก็ต้องเรียกว่าสวยระดับแถวหน้าอย่างแน่นอน
ถ้าตัวตนไม่ย่ำแย่เกินไป นางคงคิดว่าการข้ามภพครั้งนี้ไม่ขาดทุนด้วยซ้ำ
น่าเสียดาย…นางขมวดคิ้วขึ้นอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
เจ้าของร่างเดิมเป็นบุตรสาวขุนนาง ในแต่ละวันได้พบเจอแต่เรือนลึกและประตูชั้นใน ข้อมูลที่เป็นประโยชน์จริง ๆ ในความทรงจำจึงมีไม่มากนัก
นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้โลกใบนี้เป็นปีใด ไม่รู้ว่าสถานการณ์นอกเหนือราชสำนักเป็นอย่างไร และยิ่งไม่รู้ว่าชาวบ้านทั่วไปใช้ชีวิตกันแบบไหน
ส่วนเรื่องการบำเพ็ญหรือวิถียุทธ์ ในความทรงจำก็ไม่มีเลยแม้แต่น้อย
เซี่ยเจาฝานนวดหว่างคิ้ว “เริ่มต้นมาก็เหมือนฟ้าถล่มใส่เลย!”
นางเริ่มคิดอย่างจริงจังแล้วว่าตนจะออกจากสถานที่วุ่นวายแห่งนี้ได้เมื่อไร
คุณหนูตัวจริงตัวปลอม ถอนหมั้น คุณหนูตัวปลอมใจร้าย รัศมีของคุณหนูตัวจริง…พล็อตนี้ยิ่งคิดก็ยิ่งเหมือนนิยายกับละครสั้นที่ฉันเคยไถเจอเมื่อก่อนเลย
หากดูจากนิสัยชอบหาเรื่องใส่ตัวของเจ้าของร่างเดิม ประกอบกับสถานะของตัวเองในตอนนี้แล้ว อนาคตจะมีจุดจบดี ๆ ได้ยังไง?
เกรงว่าพอเซี่ยจิ่นอี๋ตั้งหลักได้อย่างมั่นคง ตัวปลอมอย่างนางก็คงกลายเป็นคนที่ทั้งบ้านเห็นแล้วขัดหูขัดตาที่สุด
ถึงตอนนั้นแค่ทำผิดพลาดอีกนิด เกรงว่าตายอย่างไรก็ยังไม่รู้ตัว
เพราะฉะนั้น นางต้องรีบหาทางหนีทีไล่ให้ตัวเอง เซี่ยเจาฝานคิดแล้วก็ลงมือทันที นางเริ่มค้นหีบค้นตู้
แต่พอค้นอยู่นาน สีหน้าของนางก็ยิ่งแปลกประหลาดขึ้นเรื่อย ๆ
เจ้าของร่างเดิมใช้เงินมือเติบเกินไป เสื้อผ้าในตู้มีไม่น้อย เครื่องประดับก็มีอยู่บ้าง แต่เงินสดที่เป็นของตนเองจริง ๆ กลับมีแค่ไม่กี่สิบตำลึง
เซี่ยเจาฝานกำเงินในมือไว้ เงียบงันไป
เงินไม่กี่สิบตำลึงฟังดูเหมือนไม่น้อย แต่ถ้านางออกจากจวนอัครมหาเสนาบดีจริง ๆ ไม่ว่าจะซื้อบ้าน กินข้าว จ้างคน หรือซื้อข้าวของ อย่างไหนบ้างที่ไม่ต้องใช้เงิน?
นางคงไม่อาจถือเงินไม่กี่สิบตำลึงวิ่งไปกลางถนน แล้วอาศัยให้ระบบส่งอาหารมาให้กินทุกวันหรอกนะ?
คิดถึงตรงนี้ นางก็อดมองระบบในห้วงความคิดอีกครั้งไม่ได้
【ผู้ครอบครอง: เซี่ยเจาฝาน】
【อายุขัย: ∞】
【พละกำลัง: 13】
【ความว่องไว: 4】
【ร่างกาย: 4】
【พลังจิต: 6】
【แต้มคุณสมบัติอิสระ: 0】
นอกเหนือจากนี้ก็ไม่มีความสามารถอื่นใดอีก
ไม่มีร้านค้า ไม่มีภารกิจ ไม่มีสุ่มรางวัล…
ยิ่งไม่มีข้อความคุ้นหูอย่าง “ติ๊ง ภารกิจจากระบบถูกเรียกใช้งานแล้ว โปรดดำเนินการให้เสร็จสิ้นทันที…” แม้แต่ความสามารถไว้คุยแก้เบื่อก็ยังไม่มี
เซี่ยเจาฝานจ้องหน้าต่างสถานะพลางศึกษาอยู่นาน สุดท้ายก็ได้แต่ยอมแพ้ไปก่อน
ช่างเถอะ เอาชีวิตรอดให้ได้ก่อนค่อยว่ากัน
นางเพิ่งจะเตรียมนั่งพักสักครู่ เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นนอกประตูห้อง
“คุณหนูรอง อาหารเย็นมาแล้วเจ้าค่ะ”
เซี่ยเจาฝานพลันกระปรี้กระเปร่าขึ้นมา นางวุ่นวายมาตั้งแต่ช่วงบ่ายจนถึงตอนนี้ หิวจนท้องแทบติดหลังแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ระบบเพิ่งเสริมความแข็งแกร่งให้ร่างกาย พลังงานในกายจึงหมดเร็วกว่าคนทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด ตอนนี้นางรู้สึกว่ากินวัวทั้งตัวได้สบาย ๆ
