บัดนี้เมื่อเห็นบุตรสาวยืนอยู่ข้างภรรยาอย่างว่าง่ายและรู้ความ ในที่สุดเขาก็ไม่อาจทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นต่อไปได้อีก
“เจ้าก็นั่งลงกินข้าวเถิด”
เซี่ยฉงซานเอ่ยเสียงเรียบ เป็นเพียงคำพูดธรรมดา ๆ แต่กลับทำให้เซี่ยเจาฝานชะงักไปเล็กน้อย
นางยิ้มรับทันที
“เจ้าค่ะ”
อีกฟากของโต๊ะอาหาร เซี่ยจิ่นอี๋มองภาพตรงหน้าอย่างเงียบ ๆ มาโดยตลอด
ครั้นฮูหยินเสิ่นตักน้ำแกงออกมา นางเพียงสูดดมก็พอจะคาดเดาได้แล้วว่าข้างในใส่สมุนไพรอะไรบ้าง
“สมุนไพรพวกนี้ล้วนมีฤทธิ์ค่อนข้างอ่อน เน้นปรับสมดุลร่างกาย ไม่ได้มีสรรพคุณทางยารุนแรงนัก”
นางมองเซี่ยเจาฝาน แววตาฉายความประหลาดใจขึ้นหลายส่วน
“เจ้าไปเรียนรู้เรื่องพวกนี้มาตั้งแต่เมื่อใด?”
“แอบเรียนมาน่ะ”
เซี่ยเจาฝานตอบปัด ๆ ไป
เซี่ยจิ่นอี๋ไม่ได้ซักถามต่อ
ด้วยความรู้ทางการแพทย์ของนาง ย่อมมองออกว่าสรรพคุณที่แท้จริงของน้ำแกงถ้วยนี้ไม่ได้โดดเด่นนัก จะกล่าวว่ารสชาติอร่อยมีส่วนมากกว่าการบำรุงเสียด้วยซ้ำ
แต่สมุนไพรหลายชนิดในนั้นกลับเข้าคู่กันได้อย่างแยบยล เมื่อปรุงรวมกับวัตถุดิบสดใหม่รสเลิศแล้ว กลับได้รสชาติที่แตกต่างออกไป
แม้แต่นางเองก็ยังแปลกใจกับการจับคู่ส่วนผสมอันแปลกใหม่นี้
“รสชาติดีทีเดียว”
เซี่ยจิ่นอี๋เอ่ยชมเบา ๆ
“แน่นอนอยู่แล้ว ไม่ดูเสียหน่อยว่าใครเป็นคนทำ”
เซี่ยเจาฝานยกยอตัวเองอย่างไม่เกรงใจ จนฮูหยินเสิ่นถูกนางหยอกล้อเสียจนหัวเราะออกมา แม้แต่มุมปากของเซี่ยฉงซานก็ยังยกขึ้นเล็กน้อยอย่างห้ามไม่อยู่
มื้ออาหารผ่านพ้นไป บรรยากาศที่เดิมยังค่อนข้างอึมครึมกลับผ่อนคลายลงอย่างหาได้ยาก
