“พอแล้ว”
เซี่ยเจาฝานโบกมืออย่างรังเกียจ
“ข้าจะเอาขยะพวกนี้กลับไปทำอะไร ของประดับในห้องข้าชิ้นไหนก็ล้วนดีกว่าพวกนี้ทั้งนั้น”
นางพูดอย่างไม่ไว้หน้า จางเอ้อร์หนิวจึงทำได้เพียงยิ้มเจื่อน ๆ
แต่ในขณะที่ทุกคนต่างคิดว่าคุณหนูใหญ่ผู้นี้ไม่ชอบสิ่งใดเลย เซี่ยเจาฝานกลับกวาดตามองกองสิ่งของราวกับไม่ใส่ใจ ก่อนจะชี้ไปยังปิ่นปักผมธรรมดา ๆ อันหนึ่ง แล้วชี้ไปยังของประดับทองสัมฤทธิ์รูปทรงประหลาดที่อยู่ข้างกัน
“เอาสองชิ้นนี้”
จางเอ้อร์หนิวรีบพยักหน้า “ได้ ๆ คุณหนูชอบก็เอาไปเลย เอาไปให้หมด!”
“ที่เหลือเจ้าเก็บไว้เองเถอะ ข้าไม่สนใจสะสมของอัปมงคลพวกนี้หรอก”
เซี่ยเจาฝานพูดจบก็ให้ชุนซิ่งเก็บของสองชิ้นนั้น
ชุนซิ่งแม้จะเต็มไปด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่กล้าถามมาก รีบห่อของทั้งสองชิ้นให้เรียบร้อย
มีเพียงเซี่ยเจาฝานเท่านั้นที่รู้ว่าเหตุผลแท้จริงที่นางยอมจ่ายเงินยี่สิบตำลึงนั้น ไม่ได้เกี่ยวกับของเก่าแก่ที่เรียกกันว่าโบราณวัตถุเหล่านี้เลย
เมื่อครู่ ทันทีที่กองสิ่งของถูกแผ่ออก นางก็เห็นแสงสีน้ำเงินเจิดจ้ากลุ่มหนึ่งเปล่งประกายอยู่ในนั้น
แม้แสงสีน้ำเงินนั้นจะไม่เหมือนปฏิกิริยาของระบบที่เกิดจากโสมวิญญาณร้อยปีก่อนหน้านี้เสียทีเดียว แต่มันกลับทำให้นางรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอธิบายได้เช่นกัน
ระบบไม่ได้แสดงข้อมูลคุณสมบัติออกมาโดยตรง หมายความว่าของชิ้นนี้ยังไม่อาจเปลี่ยนเป็นแต้มคุณสมบัติได้ในตอนนี้ แต่เซี่ยเจาฝานมีลางสังหรณ์ว่าปิ่นอันนี้ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
