เตะเมื่อครู่นี้ เซี่ยเจาฝานจงใจยั้งแรงเอาไว้หลายส่วนแล้ว
ไม่อย่างนั้นเจ้าคนโชคร้ายคนนั้นคงไม่ต้องรอให้ชนกำแพงด้วยซ้ำ ป่านนี้คงนอนรอไปเกิดใหม่อยู่บนพื้นแล้ว
เมื่อเห็นคนที่เหลือกว่าจะได้สติกลับคืนมา บ้างก็แอบถอยหลัง บ้างถึงกับเตรียมหันหลังหนี
เซี่ยเจาฝานจะยอมให้พวกเขาทำเช่นนั้นได้อย่างไร ร่างของนางขยับวูบ ชายเสื้อสีขาวจันทร์พลิ้ววาดเป็นเส้นโค้งงดงามกลางอากาศ พริบตาเดียวก็มาประชิดคนที่อยู่ใกล้ที่สุด
“ปัง!”
คนผู้นั้นยังไม่ทันยกมือขึ้นป้องกัน ท้องก็ถูกเตะเข้าอย่างจัง ร่างงอเป็นกุ้งทันที ก่อนจะลอยละลิ่วไปตามแรงเตะอย่างควบคุมไม่ได้ กระแทกกองข้าวของข้างทางอย่างแรงจนร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
คนที่เหลือพากันแตกตื่นอย่างสิ้นเชิง ไหนเลยจะยังสนใจเรื่องลักพาตัวผู้คน ต่างหันหลังคิดหนีเอาตัวรอด
ทว่าความเร็วของพวกเขาช่างเชื่องช้าเหลือเกินเมื่ออยู่ต่อหน้าเซี่ยเจาฝานในตอนนี้ นางถึงกับคิดว่าการไล่ตามพวกเขาออกจะรังแกเด็กไปหน่อย เพียงแตะปลายเท้าเบา ๆ ก็ไล่ตามทัน แล้วยกขาเตะเข้าไปอีกครั้ง
“อ๊าก!”
เสียงร้องโหยหวนดังต่อเนื่องกัน เหล่าบุรุษที่เมื่อครู่ยังทำท่าดุร้ายยามนี้กลับปลิวกระเด็นออกไปในท่วงท่าที่เป็นระเบียบยิ่งนัก
บางคนชนมุมกำแพง บางคนตกลงไปในร่องโคลน อีกคนโชคร้ายถึงขั้นกระแทกหีบไม้ผุพังที่วางอยู่ข้างทางจนแตกเป็นเสี่ยง
ทุกอย่างเกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา คนกลุ่มที่ยังคงวางท่าโอหังเมื่อครู่ก็ลงไปนอนกองกับพื้นกันหมด ไม่มีใครกล้าลุกขึ้นมากำเริบเสิบสานอีก
