เซี่ยเจาฝานเลิกคิ้วเล็กน้อย
“ของพวกนี้ของพวกเจ้า เกรงว่าที่มาคงไม่ค่อยถูกต้องกระมัง?”
รอยยิ้มบนใบหน้าของชายหนุ่มชะงักไปชั่วขณะ
“คุณหนูล้อเล่นแล้ว ข้าน้อยค้าขายสุจริตทุกอย่าง”
“ค้าขายสุจริตหรือ?”
เซี่ยเจาฝานชี้ไปยังของหลายชิ้นนั้นอย่างส่ง ๆ “ของพวกนี้เพิ่งขุดขึ้นมาจากดิน เกรงว่าแม้แต่ตัวเจ้าเองก็คงไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้เป็นของผู้ใดกระมัง?”
ชายหนุ่มหัวเราะแห้ง ๆ สองครั้ง “คุณหนูช่างตาแหลมคมจริง ๆ”
“เจ้าไม่กลัวหรือว่าข้าจะแจ้งทางการ?”
ชายหนุ่มกลับหัวเราะออกมา
“ท่านไม่ใช่คนเช่นนั้นหรอกขอรับ”
“อย่างนั้นหรือ?”
เซี่ยเจาฝานเริ่มสนใจขึ้นมา
ชายหนุ่มรีบประสานมือคารวะ “ข้าน้อยจางเอ้อร์หนิว แม้ไม่มีความสามารถอื่น แต่พอดูคนออกอยู่บ้าง พอเห็นคุณหนูก็รู้แล้วว่าท่านไม่ใช่คนชอบใช้อำนาจรังแกผู้อื่น”
พอได้ฟัง เซี่ยเจาฝานก็อดยิ้มไม่ได้ เจ้าหมอนี่ช่างพูดเก่งเสียจริง
“แต่เจ้ากล้าเอาของที่ไม่อาจเปิดเผยให้ข้าดู ไม่กลัวหรือว่าข้าซื้อกลับไปแล้วจะพาเรื่องเดือดร้อนมาให้?”
“หากท่านชอบจริง ๆ ย่อมมีวิธีจัดการได้ขอรับ”
จางเอ้อร์หนิวยิ้มประจบยิ่งกว่าเดิม
เซี่ยเจาฝานไม่ได้ตอบ เพียงกวาดตามองสิ่งของเหล่านั้นอย่างไม่ใส่ใจนัก
ภายนอกนางดูสงบนิ่ง ทั้งยังมีแววรังเกียจอยู่บ้าง แต่แท้จริงแล้วจิตใจจดจ่ออยู่กับสิ่งตรงหน้าอย่างเต็มที่
เพราะทันทีที่ห่อผ้าถูกเปิดออก นางก็สังเกตเห็นความผิดปกติ
สิ่งของชิ้นหนึ่งกำลังเปล่งแสงสีฟ้าสว่างเจิดจ้าจนสะดุดตา
