นี่แหละกลิ่นอายชีวิตมนุษย์ที่แท้จริง
ศพที่ถูกแขวนอยู่ในเรือนร้างทรุดโทรมเมื่อครู่ กับเมืองหลวงที่คึกคักรุ่งเรืองตรงหน้า ราวกับเป็นคนละโลกโดยสิ้นเชิง
เซี่ยเจาฝานอดสงสัยไม่ได้ว่า ทุกสิ่งที่เห็นเมื่อครู่มีอยู่จริง หรือเป็นเพียงภาพลวงตาอันประหลาด
แต่เสียงกรีดร้องแหลมโหยหวนที่ยังหลงเหลืออยู่ในหัว กลับคอยย้ำเตือนนางไม่หยุดว่านั่นไม่ใช่ภาพลวงตาอย่างแน่นอน
โดยเฉพาะพลังที่พยายามแทรกซึมเข้าสู่จิตวิญญาณ ยิ่งทำให้นางตระหนักเป็นครั้งแรกว่า โลกที่ดูแทบไม่ต่างจากสังคมโบราณแห่งนี้ ไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คิดไว้เลย
“กลางวันแสก ๆ ยังกล้าออกมาทำร้ายคน ถ้าถึงกลางคืนจะไม่ยิ่งแย่หรือ?”
เซี่ยเจาฝานอดตัวสั่นไม่ได้ ถึงกับเริ่มคิดอย่างจริงจังว่าก่อนหน้านี้ตนเองอาจเหลิงเกินไปหน่อย
หลังจากมีอายุขัยไร้ขีดจำกัด ร่างกายแข็งแกร่ง และระบบ นางก็คิดมาตลอดว่าเพียงระมัดระวังสักหน่อย ก็แทบจะเดินกร่างไปทั่วโลกนี้ได้แล้ว
แต่เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้สอนบทเรียนให้นางอย่างหนัก พลังอาจแก้ปัญหาได้มากมาย แต่ใช่ว่าจะแก้ได้ทุกเรื่อง
อย่างน้อยเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติ พลังเพียงน้อยนิดที่นางมีอยู่ตอนนี้อาจใช้ไม่ได้ผลก็เป็นได้
เมื่อคิดถึงตรงนี้ จู่ ๆ ในใจก็ผุดคำถามที่เป็นจริงเป็นจังขึ้นมา
ฉันควรรีบแข็งแกร่งขึ้นหรือเปล่า?
เมื่อความคิดนี้ผุดขึ้นมาแล้ว ก็ยากจะกดมันลงไปได้อีก
บ่ายวันนั้น นางไม่ได้เดินเล่นต่อ แต่กลับจวนอัครมหาเสนาบดีอย่างว่าง่าย
