อีกฝ่ายอย่างน้อยก็มีพลังบำเพ็ญขั้นหลอมปราณช่วงกลาง อีกทั้งเห็นได้ชัดว่าจมอยู่กับขั้นนี้มานานหลายปี การควบคุมพลังวิญญาณของเขาจึงช่ำชองกว่านางมาก ประสบการณ์ต่อสู้กับศัตรูก็ยิ่งเหนือกว่า
ส่วนตัวนาง แม้จะมีระบบช่วยเหลือ ทั้งยังยกระดับพลังบำเพ็ญด้วยการหลอมโอสถและสมุนไพรวิญญาณนานาชนิด แต่แทบไม่เคยผ่านการต่อสู้เอาเป็นเอาตายอย่างแท้จริงเลย
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น ตอนนี้นางยังไม่อาจฝึกญาณขึ้นมาได้ด้วยซ้ำ
แม้ระบบจะยกระดับ《เคล็ดควบคุมศาสตราชิงหยวน》จนถึงขั้นเริ่มต้นแล้ว แต่นางยังไม่มีโอกาสเรียนวิชาควบคุมกระบี่อย่างแท้จริง
ยามนี้นางควบคุมกระบี่เหินด้วยการใช้พลังวิญญาณชักนำเป็นหลัก ยังห่างไกลจากขั้นที่เพียงขยับความคิด กระบี่เหินก็จะเคลื่อนไหวตามใจนึก
หากกระบี่เหินแบบมาตรฐานของสำนักชิงหยวนเล่มนี้ไม่ใช่ศาสตราวิเศษระดับต่ำที่มีคุณภาพไม่เลว ทั้งความบริสุทธิ์ของพลังวิญญาณในกายยังเหนือกว่าผู้บำเพ็ญขั้นเดียวกันมาก เกรงว่านางคงพ่ายแพ้ไปนานแล้ว
“ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้”
ความคิดในหัวของเซี่ยเจาฝานพลันแล่นวูบ
นางแพ้ได้ แต่จะมาแพ้ที่นี่ไม่ได้เด็ดขาด
เพราะด้านหลังนางยังมีฮูหยินเสิ่น เซี่ยอวิ๋นเจิน และสาวใช้สองคน หากนางล้มลง คนทั้งสี่ก็ต้องจบเห่ไปด้วย
เมื่อคิดถึงตรงนี้ แววตาของเซี่ยเจาฝานก็พลันฉายประกายวาววับ
นางจงใจลดอานุภาพของกระบี่เหินลงเล็กน้อย นักบำเพ็ญมารวัยกลางคนติดกับอย่างที่คาด
“อย่างไร พลังวิญญาณหมดแล้วหรือ?”
เขามองลมหายใจของเซี่ยเจาฝานที่เริ่มถี่ขึ้นเรื่อย ๆ รอยยิ้มบนใบหน้าก็ยิ่งได้ใจ
