นี่เป็นครั้งแรกที่เซี่ยเจาฝานตระหนักได้ว่า การบำเพ็ญนั้นเป็นหลุมไร้ก้นบึ้งอย่างแท้จริง
แม้ตอนนี้ทรัพยากรในมือนางจะเพิ่มพูนขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่ก็ยังมีน้อยเกินไป จนไม่รู้ว่าควรจัดสรรอย่างไร
ความรู้สึกนี้ก็เหมือนจู่ ๆ ถูกลอตเตอรี่รางวัลใหญ่ แต่กลับพบว่าตรงหน้ามีทั้งรถหรูและคฤหาสน์เรียงรายเต็มไปหมด แม้ในบัญชีธนาคารจะมีเงินอยู่บ้าง ทว่าก็ยังห่างไกลจากระดับที่จะซื้ออะไรก็ได้ตามใจ
มองสิ่งใดก็อยากได้ไปหมด แต่กลับตัดใจซื้อไม่ลงสักอย่าง
“ช่างเถอะ”
นางคิดอยู่ครู่ใหญ่ สุดท้ายก็ตัดสินใจค่อย ๆ ทำไปก่อน
อย่างไรเสีย ระบบก็แปลงทรัพยากรได้ในพริบตา ศิลาวิญญาณที่วางอยู่ตรงนั้นไม่มีทางงอกขาแล้ววิ่งหนีไปเอง แต้มคุณสมบัติอิสระก็ไม่มีทางหมดอายุเพียงเพราะเก็บไว้อีกสองสามวัน
หากถึงคราวจำเป็นเมื่อใด นางก็เพิ่มแต้มได้ทุกเมื่อ
ส่วนตอนนี้ ขั้นหลอมปราณชั้นหนึ่งก็เพียงพอให้นางใช้ชั่วคราวแล้ว
อย่างน้อยก็...
เซี่ยเจาฝานลูบคาง พลางครุ่นคิดอย่างจริงจัง
“ตีอ๋องฉินจนร้องไห้ได้ คงไม่มีปัญหาใช่ไหม?”
นางเคยเห็นอ๋องฉินประมือกับไป๋หลีด้วยตาตนเอง แม้ยอดฝีมือระดับนั้นจะเก่งกาจ แต่ถึงอย่างไรก็ยังอยู่ในขอบเขตของยอดฝีมือปุถุชน
ทว่ายามนี้นางก้าวข้ามธรณีของปุถุชนมาแล้ว
เมื่อรวมกับพละกำลังทางกายที่แข็งแกร่งเกินเหตุของนาง และการเสริมพลังสารพัดจากระบบ บัดนี้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับอ๋องฉินอีกครั้ง ความหวาดกลัวที่เคยฝังอยู่ในใจกลับมลายหายไปสิ้น
แค่ยอดฝีมือปุถุชน ยังกล้าใช้อำนาจบาตรใหญ่และวางท่าอวดเบ่งอยู่ข้างนอก นางเซียนเซี่ยจะต้องกลัวอะไรด้วย?
