ฮูหยินเสิ่นได้ฟังก็ยิ่งยินดี รู้สึกว่าบุตรสาวคนเล็กของตนหลังผ่านช่วงเวลานี้มา ดูเหมือนจะรู้ความขึ้นไม่น้อยจริง ๆ
เมื่อก่อนเซี่ยเจาฝานพอพูดถึงเรื่องแต่งงานก็จะเอะอะโวยวายไร้เหตุผล ทั้งยังอารมณ์เสียได้ทุกเมื่อ
ทว่าตอนนี้กลับนั่งลงพิจารณาภาพวาดอย่างจริงจัง ทั้งยังรู้จักชั่งน้ำหนักทั้งชาติตระกูล นิสัยใจคอ รูปร่างหน้าตา ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็เหมือนในที่สุดนางก็เติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว
ฮูหยินเสิ่นจะรู้ได้อย่างไรว่าที่เซี่ยเจาฝานให้ความร่วมมือถึงเพียงนี้ ก็เพราะนางไม่ได้เก็บเรื่องเหล่านี้มาใส่ใจเลยสักนิด
ตรงกันข้าม เซี่ยจิ่นอี๋ที่อยู่ข้าง ๆ กลับดูเย็นชาเป็นพิเศษ
นางพลิกดูภาพวาดไปสองสามใบอย่างลวก ๆ สายตากวาดผ่านชื่อและชาติกำเนิดของคุณชายหนุ่มเหล่านั้น ก่อนจะหมดความสนใจที่จะดูต่อ แม้แต่คำประเมินสักประโยคก็ยังคร้านจะเอ่ย
ฮูหยินเสิ่นย่อมเห็นทุกอย่างอยู่ในสายตา แล้วนางจะไม่รู้ความคิดของบุตรสาวคนนี้ได้อย่างไร?
เกรงว่าในใจจิ่นอี๋คงมีใครคนหนึ่งอยู่ก่อนแล้ว และคนผู้นั้นก็น่าจะเป็นอ๋องฉินถึงแปดส่วน
เพราะคาดเดาได้เช่นนี้ ฮูหยินเสิ่นจึงยิ่งแน่วแน่ในความคิดของตน เรื่องนี้จะปล่อยให้ยืดเยื้อต่อไปไม่ได้
ขอเพียงกำหนดการแต่งงานของบุตรสาวคนโตให้เรียบร้อย ให้นางตัดใจจากความคิดที่ไม่ควรมีนั้นอย่างเด็ดขาด เมื่อเวลาผ่านไป นางก็ย่อมค่อย ๆ ปล่อยวางได้เอง
ส่วนอ๋องฉินนั้น… ฮูหยินเสิ่นไม่เคยคิดจะให้บุตรสาวตระกูลเซี่ยแต่งเข้าสู่ราชวงศ์
ราชวงศ์ดูสูงศักดิ์ก็จริง ทว่าสิ่งที่มาพร้อมกับเกียรติยศนั้นหนักหนาเกินกว่าครอบครัวธรรมดาจะรับไหว
ตอนเซี่ยเจาฝานกับเซี่ยจิ่นอี๋ออกจากเรือนหลัก ท้องฟ้ากำลังปลอดโปร่ง แสงแดดสาดลอดใบไม้ลงมา ทิ้งเงาพร่างพรายไว้บนทางหินเขียว
