ในเวลาเดียวกัน
ยามรุ่งสาง ณ ห้องประชุมของกองบัญชาการตี้เชียน
ภายในสว่างไสว
ขณะนี้มีคนห้าคนนั่งล้อมโต๊ะ สีหน้าจริงจัง
นอกจากฉู่สวิน รองผู้บัญชาการแล้ว ทั้งสองฝั่งของโต๊ะยังมีคนนั่งอยู่อีกสี่คน
ทางซ้ายมือของเขาคือจ้าวจือฝาง
จ้าวจือฝางเป็นหัวหน้าหน่วยระดับเทพของหน่วยพิพากษาสวรรค์ประจำเมืองจิ้งไห่
ทั่วทั้งร่างเป็นกายจักรกลที่สร้างจากเหล็กหงส์รุ้ง เมื่ออยู่ใต้แสงไฟก็เปล่งประกายราวกับแก้วเจ็ดสี
ส่วนอีกสามคนนั่งอยู่ทางขวา
คนแรกเป็นชายหนุ่ม อายุราวยี่สิบต้น ๆ สวมสูทลำลองสีเทา ในมือถือกระเป๋าใบหนึ่ง ใบหน้าประดับรอยยิ้ม
คนที่สองเป็นชายวัยกลางคน รูปร่างกำยำราวกับรถถัง แผ่แรงกดดันอย่างหนักหน่วง
ทั่วทั้งร่างผ่านการดัดแปลงเป็นจักรกล และใช้เหล็กหงส์รุ้งเช่นกัน
คนสุดท้ายเป็นเด็กสาวที่ดูเหมือนนักเรียน
เธอสวมชุดกระโปรงสีขาว ผมยาวสีดำ หน้าตาสะสวย แต่กลับแผ่ความเย็นชาออกมา
เธอกำลังประคองถ้วยชาไว้ ดวงตาทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง ราวกับไม่ได้ใส่ใจการประชุมนี้นัก
การประชุมครั้งนี้มีฉู่สวินเป็นประธาน หารือกันเป็นหลักถึงปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับสำนักหมื่นเซียน
ฉู่สวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุขุม
“สำนักหมื่นเซียนยังคงก่อเรื่องอยู่”
“พวกมันคิดจะทำซ้ำปฏิบัติการเมื่อคืนก่อน จึงวางค่ายกลกันอย่างต่อเนื่อง”
“หน่วยระดับมังกรตรวจพบค่ายกลสองแห่งได้ทันเวลา และทำลายสำเร็จแล้ว”
เขาเรียกแผนที่โฮโลแกรมขึ้นมา จุดสีแดงกะพริบอยู่บนแผนที่
“แต่ต้องยังมีอีกหลายแห่งแน่ เราจะประมาทไม่ได้ ต้องรีบค้นหาแล้วทำลายให้เร็วที่สุด”
“ห้ามปล่อยให้เหตุการณ์เมื่อคืนก่อนเกิดขึ้นซ้ำอีกเด็ดขาด”
ขณะพูด ฉู่สวินก็หันไปมองชายหนุ่มกับชายวัยกลางคน
“ครั้งนี้เมืองหูเยว่กับเมืองเฉิงเซียวส่งกำลังมาช่วยเรา หัวหน้าหยาง หัวหน้าเฉิน ลำบากพวกคุณแล้ว”
