ชานเมืองจิ้งไห่
เขตโรงงานร้าง บนดาดฟ้า
ชายสองคนยืนอยู่ตรงนั้น
ทางซ้ายคือข่งฝู่เซียน เขาสวมชุดคลุมสีขาว ผมรวบไว้ด้านหลัง ใบหน้าเปี่ยมด้วยความหยิ่งทะนง
ทางขวาเป็นชายหนุ่มในชุดสีเขียว สีหน้าเรียบเฉย
ชายผู้นี้มีนามว่าจงเทา เป็นยอดฝีมือแห่งสำนักหมื่นเซียนที่เพิ่งมาถึงเมืองชั้นนอกในช่วงสองวันนี้ ทั้งยังเป็นศิษย์สายตรงด้วย
ขั้นเสาโลหิต พลังต่อสู้เก้าแสนแปดหมื่น
“แนวหน้าเป็นอย่างไรบ้าง?” ข่งฝู่เซียนถาม
จงเทาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย
“แนวหน้ากำลังติดพันกันอย่างหนัก”
“พวกเราสู้กับอี้กั๋วอย่างสูสี ต่างฝ่ายต่างมีแพ้มีชนะ”
“คาดว่าในระยะสั้นคงยังไม่รู้ผล”
พูดถึงตรงนี้ จงเทาก็หันไปมองข่งฝู่เซียน
“ได้ยินว่าค่ายกลบูชายัญโลหิตแปดทิศจักรวาลที่พี่ข่งทดลองในเมืองชั้นนอกสำเร็จแล้ว?”
ข่งฝู่เซียนพยักหน้า น้ำเสียงแฝงความภาคภูมิใจอยู่เล็กน้อย
“แน่นอนอยู่แล้ว”
“ข้าวางแผนมานาน เตรียมการไว้พร้อมสรรพ ค่ายกลบูชายัญโลหิตสำเร็จก็เป็นเรื่องสมควร”
“ตอนนี้ฐานที่มั่นของสำนักหมื่นเซียนในเมืองจิ้งไห่มั่นคงขึ้นเรื่อย ๆ”
เมื่อได้คำตอบที่แน่ชัด จงเทาก็คลายใจลงไม่น้อย
จุดประสงค์หลักที่เขามายังเมืองจิ้งไห่ก็เพื่อเรื่องนี้
“แนวหน้าติดพันกันอยู่ ส่วนค่ายกลบูชายัญโลหิตทางพี่ข่งก็สำเร็จแล้ว บางทีอาจเปิดช่องให้ทะลวงได้”
“ทางสำนักเตรียมใช้เรื่องนี้เป็นแผนการรบ”
“จะส่งยอดฝีมือมาเมืองชั้นนอกเพิ่ม อาศัยค่ายกลบูชายัญโลหิตยึดเมืองชั้นนอกให้ได้อย่างเด็ดขาด”
“ค่อย ๆ สร้างฐานที่มั่นของสำนักหมื่นเซียน ล้อมเข้าหากันทีละขั้น แล้วกลืนกินอี้กั๋วจนหมดสิ้น”
