อดทนงั้นหรือ?
ซูหานหน้าเย็นเยียบ จ้องจ้าวเหล่ยเขม็ง
จิตสังหารพลุ่งพล่านอยู่ในใจ
ความร้อนรนและหงุดหงิดเดือดพล่านราวกับลาวา แผดเผาสติของเขาอย่างบ้าคลั่ง
ครั้งแรกเขาทนแล้ว ครั้งที่สองก็ทนแล้ว ครั้งที่สามก็ยังทน
ตอนนี้
ยังต้องทนอีกหรือ?
“ตูม!”
ไม่มีสัญญาณเตือนใด ๆ
ซูหานปล่อยหมัดออกไป
เสียงในใจบอกเขา
ทนไม่ไหวแล้ว ทนต่อไปอีกสักอึดใจก็ไม่ไหวแล้ว!
หมัดที่ห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงโลหิตพุ่งตรงใส่หน้าอกของจ้าวเหล่ย ประหนึ่งอุกกาบาตแดงฉานที่ฉีกกระชากอากาศ
ไม่มีการสะสมพลัง ไม่มีสัญญาณล่วงหน้า
เป็นเพียงหมัดที่เรียบง่ายและตรงไปตรงมาที่สุด
จ้าวเหล่ยไม่คิดเลยว่าซูหานจะกล้าลงมือ จึงตั้งตัวไม่ทันแม้แต่น้อย
รอยยิ้มเย้ยหยันและถือตัวประหนึ่งอยู่เหนือผู้คนยังคงประดับอยู่บนใบหน้า
แต่ในวินาทีถัดมา
“ฉึก!”
หมัดทะลวงอก โผล่พ้นแผ่นหลัง
พร้อมเศษอวัยวะภายในและกระดูกสันหลังที่แหลกละเอียด
เลือดพุ่งกระฉูด สาดเปื้อนผนังด้านหลังจนแดงฉาน
สีหน้าของจ้าวเหล่ยแข็งค้างในทันที
จากเยาะเย้ย กลายเป็นงุนงง แล้วกลายเป็นตกตะลึง
สุดท้ายแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวที่ฝังลึกถึงกระดูก
“แก...”
จ้าวเหล่ยอ้าปาก เลือดทะลักออกมาพร้อมเศษเนื้อ
เขาเบิกตากว้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึงและโกรธแค้น
“ซูหาน แกกล้าดียังไง...”
“สำนักหมื่นเซียนไม่ปล่อยแกไว้แน่”
“พวกเราจะสับแกเป็นหมื่นชิ้น รวมถึงญาติและเพื่อนของแก...”
ซูหานชักมือกลับ
จ้าวเหล่ยทรุดลงกับพื้นทันที หน้าอกมีรูขนาดเท่าปากชามทะลุถึงกัน
เลือดนองเป็นแอ่งใต้ร่างในพริบตา
