จางเต๋อฟู่ถือโทรศัพท์มือถือ สีหน้าเคร่งเครียด
“คุณหนู เพิ่งได้รับข่าวมาครับ” เขากล่าวเสียงขรึม
“เกิดเรื่องขึ้นที่อาคารเทียนฉง มีการต่อสู้กันอย่างดุเดือด จนตึกทั้งหลังถล่มลงมาแล้ว”
สวีอวี้ใจหายวาบ
“เป็นซูหานหรือเปล่า?”
“ไม่ทราบครับ” จางเต๋อฟู่ส่ายหน้า “มีความเป็นไปได้ เพราะก่อนหน้านี้เราส่งข้อมูลสถานที่นั่นให้เขาไปแล้ว”
“แต่ดูจากเนื้อหาข่าวแล้ว ก็รู้สึกว่าไม่น่าใช่...”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนวิเคราะห์ต่อ
“ข้อแรก รอบตัวฉินอี้มีผู้ควบคุมจักรกลเทพคอยคุ้มกัน กำลังรบขั้นต่ำก็ห้าแสนแล้ว”
“ข้อสอง ตึกทั้งหลังถล่มลงมาได้ พลังทำลายล้างจากการต่อสู้ครั้งนั้นต้องไม่ธรรมดาแน่”
“ซูหานแข็งแกร่งก็จริง แต่ยังห่างไกลจากระดับนั้นมาก”
“ข้อสาม ได้ยินว่ามีพลังปราณโลหิตพวยพุ่งราวควันศึก”
“เพราะงั้นผมสงสัยว่าน่าจะเป็นฝีมือสำนักหมื่นเซียน”
“ศิษย์แกนหลักของสำนักหมื่นเซียนแทบทั้งหมดอยู่ในขั้นควันศึก กำลังรบแตกต่างกันมาก ตั้งแต่หนึ่งแสนถึงห้าแสน”
“ถ้าเป็นขั้นควันศึกระดับสูงสุด ต่อให้มีแค่สองสามคน ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสปะทะกับผู้ควบคุมจักรกลเทพได้”
สวีอวี้ขมวดคิ้ว “ไม่มีข่าวที่ละเอียดกว่านี้หรือ?”
จางเต๋อฟู่ส่ายหน้า
“ไม่มีครับ”
“เรื่องเพิ่งเกิดขึ้น รู้แค่คร่าว ๆ เท่านั้น”
สวีอวี้เงียบไป
จากนั้นจึงเอ่ยขึ้น
“ถามดูก็รู้แล้ว”
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทันที ค้นหาบัญชีเฟยซิ่นของซูหานแล้วส่งข้อความไป
“อาจารย์ ตอนนี้อยู่ที่ไหนคะ?”
ไม่กี่วินาทีต่อมา อีกฝ่ายก็ตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว
“มีอะไรหรือ?”
สวีอวี้พิมพ์ตอบ
“ไม่มีอะไรค่ะ ฉันมีเรื่องติดขัดตอนฝึกฝน อยากขอคำชี้แนะจากอาจารย์หน่อย”
