ทั้งห้าคนในห้องประชุมสบตากัน ก่อนจะตื่นเต้นขึ้นมา
“ในที่สุดก็จะได้อาวุธเทพแล้ว! ฮ่า ๆๆ!”
“โธ่เอ๊ย ไอ้เจียงฉานั่นเห็นหน้าฉันทีไรก็ชักกระบี่กลืนวิญญาณออกมาอวดทุกที คราวนี้ฉันจะดูซิว่ามันยังกล้าอวดอีกไหม ฉันจะฟันมันด้วยดาบสักฉับ!”
“พี่สาวจูกัดเยว่ เล่นพิณเป็นด้วยเหรอ?”
“อืม จริง ๆ แล้วพรสวรรค์ของฉันใช้ผ่านเครื่องดนตรีได้เหมือนกัน ยิ่งเครื่องดนตรีทรงพลังมากเท่าไร ก็ยิ่งช่วยเสริมได้มากเท่านั้น”
“ว้าว งั้นต่อไปเวลาเรากินเลี้ยงกันทุกวันก็จะมีดนตรีฟังแล้วสิ ฮ่า ๆ”
“ไปเลย นายคิดจะให้เขาเอาอาวุธเทพมาเล่นพิณให้ฟังหรือไง? นั่นของราคาเกินสองพันล้านเชียวนะ! เงินเท่านั้นจ้างดารามาร้องเพลงให้ทั้งปีได้เลย!”
“เออ จริงด้วย เหยียนเซียง ประธานจะเอาอาวุธอะไรมาให้เธอ?”
“ฮ่า ๆ ใครจะไปรู้ เอาอะไรมาก็ได้ ฉันไม่เลือกหรอก ยังไงพรสวรรค์ของฉันก็ใช้กับอาวุธอะไรก็ได้”
“เธอนี่ไม่รอบคอบเอาซะเลย อาวุธเทพที่เหมาะมือสักชิ้นช่วยเพิ่มพลังต่อสู้ได้มหาศาลเลยนะ”
“แล้วไงล่ะ ถ้าไม่เหมาะก็เปลี่ยนใหม่สิ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าอาวุธเทพมือสองจะไม่มีใครเอา”
“ก็จริง...ต้องมีคนเอาอยู่แล้ว แถมเธออาจจะยังทำกำไรได้อีกด้วย”
“แน่นอนสิ ไม่เห็นสายตาที่พวกท่านราชันยุทธ์มองอาวุธเทพกันหรือไง?”
“ฮิ ๆๆ ประธานบอกว่าคืนนี้ยังมีงานประมูลอีก ได้เห็นพวกท่านราชันยุทธ์น้ำลายไหลกันอีกแล้ว”
“แค่ก ๆ เงียบก่อน ประธานมาแล้ว!”
เมื่อเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา ทุกคนก็หยุดพูดทันที ทำตัวเรียบร้อยราวกับนักเรียนประถม
เย่เฉินเดินเข้าห้องประชุมมาอย่างไม่รีบร้อน
เขาสะบัดมือ อาวุธทั้งห้าชิ้นที่เปล่งแสงเรืองรองจาง ๆ ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าทุกคน
พวกมันลอยอยู่กลางอากาศ แสงระยิบระยับทำเอาคนมองตาพร่า
