เขาเดินเข้าไปดึงน้องชายจอมโง่ออกมาอย่างไม่ปรานี แววตาเย็นเยียบเล็กน้อย “ควบคุมตัวเองให้ดีหน่อย”
ไม่ดูเลยหรือไงว่านี่เป็นที่ไหน ถ้ามีผู้ใหญ่คนไหนกลับมาเห็นเข้าตอนนี้ พวกเขาคงอธิบายไม่ถูกแน่
แต่เขาพอจะเข้าใจความรู้สึกของฉินเฉินเลี่ยงในตอนนี้ ภายนอกดูเหมือนปกติ แต่ภายในกลับตื่นเต้นฮึกเหิมอย่างที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น ฉินเฉินเลี่ยงก็ไม่ใช่คนที่ควบคุมความปรารถนาของตัวเองได้ จึงเกาะติดอีกฝ่ายเหมือนแม่เหล็กโดยไม่รู้ตัว
ฉินเฉินเลี่ยงเลียริมฝีปาก สายตาจับจ้องอยู่ที่หญิงสาว “ขอโทษ” คำขอโทษนี้ไม่รู้ว่าพูดกับใคร
หลี่ม่านหลุบตาหลบสายตา เมื่อครู่เธอเองก็ห้ามใจไม่อยู่เหมือนกัน
ฉินเฉินหมิงจูบแก้มเธอเบา ๆ “ไม่ได้บอกว่าจะไปดูกะโหลกกันเหรอ ไปกันเถอะ”
“อืม!”
พวกเขาตามเสียงกลองไปจนเจอคณะเชิดกะโหลก ตอนนี้คนทั้งหมู่บ้านคงมากันหมดแล้ว รอบ ๆ จึงมีผู้คนยืนล้อมแน่นขนัด
บรรยากาศคึกคักทำให้ฉินเฉินเลี่ยงตื่นเต้นขึ้นมา เขาก้มลงพูดเสียงดัง “ปีใหม่ที่หมู่บ้านคุณสนุกจัง!”
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ฉลองปีใหม่แบบนี้ รู้สึกแปลกใหม่มาก
หลี่ม่านตะโกนบอกเขาเสียงดังไม่แพ้กัน “ตอนกลางคืนที่นี่จุดพลุได้ ที่บ้านฉันก็มีพลุด้วย”
ฉินเฉินเลี่ยงตาเป็นประกาย “จริงเหรอ งั้นคืนนี้เรามาจุดพลุกัน!”
เสียงประทัดระเบิดขึ้นข้างหู ทั้งสามคนยกมือปิดหู
ฉินเฉินหมิงวางมือลงบนไหล่หญิงสาว แล้วพูดข้างหูเธอว่า “พวกเราเข้าไปดูใกล้ ๆ ได้นะ”
พูดจบฉินเฉินเลี่ยงก็เดินนำหน้า ฝ่าฝูงชนเข้าไปยืนอยู่แถวหน้าสุด
“……”
หลี่ม่านคิดว่าการยืนอยู่แถวหน้าสุดก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันสักเท่าไร สะดุดตาเกินไป
