หลังผ่านพ้นปีใหม่ไปไม่นาน ก็เข้าสู่ช่วงเปิดเทอม และตลอดสองปีที่ผ่านมาก็มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย
เรื่องแรกคือท่าเต้นที่หลี่ม่านออกแบบได้รับความสนใจจากคณะละครชื่อดังแห่งหนึ่ง คนจากคณะละครเดินทางมาหาเธอโดยเฉพาะ เพื่อชวนให้เธอร่วมออกแบบท่าเต้นให้ละครเวทีเรื่องหนึ่ง
เรื่องที่สองคือฉินเฉินหมิง เขาเก็บเงินทุนไว้ได้ส่วนหนึ่งแล้ว และอยากก่อตั้งสตูดิโอของตัวเอง พ่อของเขารู้เข้า ตอนแรกคัดค้าน เพราะคิดว่าในเมื่อเรียนแพทย์มา ก็ควรพัฒนาตัวเองไปในสายแพทย์
ต่อมาไม่รู้ว่าฉินเฉินหมิงพูดอะไรกับเขา พ่อฉินจึงตัดสินใจสนับสนุนเส้นทางอาชีพของลูก ทั้งยังช่วยออกเงินทุนให้อีกส่วนหนึ่ง สตูดิโอจึงก่อตั้งขึ้นในปีที่เขาเรียนจบ
แต่เรื่องที่ยุ่งยากที่สุดยังคงเป็นเรื่องของฉินเฉินเลี่ยง ตอนแรกด้วยพรสวรรค์ด้านเทนนิสอันโดดเด่นของเขา ไม่ว่าจะการแข่งขันเล็กหรือใหญ่ก็มีชื่อเขาปรากฏอยู่เสมอ แทบไม่เคยแพ้ใครเลย
สโมสรเทนนิสแห่งหนึ่งเป็นฝ่ายมาชวนเขาเข้าร่วม สำหรับฉินเฉินเลี่ยงที่ยังอายุน้อยและไม่มีเงินทุนพอจะจ้างทีมของตัวเอง นี่เป็นทางเลือกที่ดีมาก เขาจึงตอบตกลง
หลังเข้าร่วมสโมสร เขาก็มีการแข่งขันมากขึ้น ไม่ใช่แค่ในประเทศ แต่ยังต้องไปแข่งต่างประเทศด้วย
พอเป็นเรื่องไปต่างประเทศ ฉินเฉินเลี่ยงกลับแสดงท่าทีต่อต้านอย่างรุนแรง ถึงกับพูดว่าจะเลิกเล่นเทนนิสแล้ว จนเกือบถูกพ่อฉินตีตาย
ตอนหลี่ม่านมาถึง บรรยากาศในบ้านตระกูลฉินหนักอึ้ง พ่อฉินนั่งหน้าขรึมอยู่บนโซฟา แม่ฉินขมวดคิ้วพลางนวดขมับด้วยสีหน้าปวดหัว มีเพียงฉินเฉินหมิงที่ดูผ่อนคลายกว่าคนอื่น
