ช่วงใกล้วันสิ้นปีในหมู่บ้านนั้นยุ่งวุ่นวายจริง ๆ และครึกครื้นจริง ๆ ด้วย
แค่ตามพ่อแม่ไปไหว้เจ้าก็ไปมาหลายรอบแล้ว เรื่องนี้ไม่ใช่งานเลี้ยง ไม่ว่าจะอยากไปหรือไม่ก็ต้องไป โดยเฉพาะเธอยังเรียนหนังสืออยู่ ต้องไปไหว้ขอพรให้คุ้มครอง เรื่องนี้ปู่ย่าตายายเป็นคนบอก
วันสิ้นปียิ่งยุ่งกว่าเดิม วันเดียวต้องเดินทางไปมาสองสามรอบ
เหนื่อยก็ไม่เท่าไร แต่คนเยอะเกินไป โดยเฉพาะคนพวกนั้นยังใช้สายตาหลากหลายแบบมองสำรวจเธอ
พอถึงคืนวันสิ้นปี ทั้งหมู่บ้านก็จุดดอกไม้ไฟกัน ดอกไม้ไฟหลากชนิดเบ่งบานเต็มท้องฟ้ายามค่ำคืน
สำหรับหลี่ม่าน นี่เป็นภาพที่หาได้ยาก เพราะในเมืองห้ามจุดดอกไม้ไฟ ถ้าอยากเห็นดอกไม้ไฟเบ่งบานพร้อมกันแบบนี้ก็ต้องไปสถานที่เฉพาะ
เธอนั่งชมดอกไม้ไฟอยู่บนระเบียง แต่ก็ยังรู้สึกเหมือนขาดอะไรบางอย่าง
หลี่ม่านหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอัดวิดีโอดอกไม้ไฟ แล้วส่งลงกลุ่มแชตเล็ก ๆ ของพวกเขา
ไม่รู้ว่าทั้งสองคนกำลังยุ่งอยู่หรือเปล่า ไม่มีใครตอบกลับมาเลย เธอยิ่งรู้สึกเบื่อหน่าย ถึงขั้นไม่มีอารมณ์จะชมดอกไม้ไฟสักเท่าไร
หลี่ม่านหาวหนึ่งครั้ง ก่อนหมุนตัวกลับเข้าห้องไปนอน
ดอกไม้ไฟจุดกันจนถึงตีสองถึงได้หยุด คืนวันสิ้นปี บางคนอยู่โต้รุ่ง บางคนเข้านอนตามเวลา ทางเดินเล็ก ๆ ในหมู่บ้านไม่มีคนสัญจร มีเพียงไฟถนนไม่กี่ดวงที่ยังส่องสว่าง
ราวตีสี่กว่า ๆ เงาร่างสูงใหญ่สองร่างก็ปรากฏขึ้นบนทางเดินชนบท คนหนึ่งมองทางไม่ชัด จึงเหยียบลงไปในคูนาเต็ม ๆ
“จิ๊” ฉินเฉินเลี่ยงปีนขึ้นจากคูนามาอย่างทุลักทุเล บ่นว่า “ไม่มีไฟก็พอทน แต่ทำไมถนนถึงแคบขนาดนี้เนี่ย”
