เฉิงเทียนเสียงถอนหายใจ เดินเข้าไปหา “เป็นอะไรไป ทำไมจู่ ๆ ถึงหนีออกมาจากงานเลี้ยงล่ะ?”
เขายังแสดงท่าทีว่ารู้เรื่องไม่ได้ ไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายจะจับได้ว่าเขาเป็นคนไล่เธอไป
คนที่ขดตัวอยู่บนเก้าอี้สำนักงานซุกหน้าลงกับเข่า ไม่พูดอะไร
เฉิงเทียนเสียงเปิดไฟ “เกิดอะไรขึ้น?”
เขาถามหยั่งเชิง “เรื่องเพื่อนออนไลน์คนนั้นหรือ?”
ก้อนมืด ๆ นิ่งสนิท ไม่มีปฏิกิริยา
เฉิงเทียนเสียงถอนหายใจ เดินเข้าไปตบไหล่เขาเบา ๆ “เพราะงั้นไง คนนอกนี่ซับซ้อนจะตาย”
เขาไม่พูดอะไรต่อ เพราะกลัวพูดมากแล้วจะเผลอเผยพิรุธ จึงหันหลังเดินออกจากห้องทำงาน ปล่อยให้อีกฝ่ายอยู่เงียบ ๆ คนเดียว คิดทบทวนไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็คงทำใจได้เอง
เสียงฝีเท้าค่อย ๆ ห่างออกไป ในห้องทำงานเหลือเพียงเขาคนเดียว
เนิ่นนานผ่านไป เฉิงอวี่ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น หางตาแต้มสีแดงจาง ๆ จนแทบสังเกตไม่เห็น ดวงตาดำสนิทไร้ประกายจ้องมองออกไปยังราตรีนอกหน้าต่าง
ครู่หนึ่ง เขาก็ซุกหน้าลงกับเข่าอีกครั้ง ความเจ็บปวดในใจรุนแรงเหลือเกินจนไม่อาจขบคิดอะไรได้
ทำไมกัน ทั้งที่ก่อนจากไปเธอยังดูปกติดี เขายังทำอาหารให้เธอกิน และเธอก็บอกว่าอร่อยมาก
หรือว่าทุกอย่างเป็นเรื่องโกหก
เธอแค่รอให้เขาไปก่อนเท่านั้นหรือ?
ความเจ็บปวด ความขุ่นแค้น ความมืดมน อารมณ์ด้านลบที่ซับซ้อนถาโถมเข้ากลืนกินเขาแทบทั้งเป็นในชั่วพริบตา เฉิงอวี่ไม่เคยมีอารมณ์รุนแรงขนาดนี้มาก่อน
—เขาไม่ยอม ไม่ยอมเด็ดขาด
เดิมทีเฉิงเทียนเสียงคิดว่า อย่างมากเฉิงอวี่คงซึมไปสักสองวันแล้วก็กลับมาเป็นปกติ แต่เรื่องกลับไม่ง่ายอย่างที่คิดเลย
