ตอนที่คุณตาคุณยายยังอยู่ คนที่สนิทกับทั้งสองท่านที่สุดคงเป็นครอบครัวป้าสามที่อยู่บ้านข้าง ๆ เรียกป้าสามก็จริง แต่ไม่ได้เป็นญาติกัน เพียงเป็นชาวบ้านในหมู่บ้านเดียวกันเท่านั้น
ครอบครัวนี้เป็นคนใจดีมีชื่อเสียงในหมู่บ้าน แม้จะไม่ได้สนิทกับหลี่ม่านมากนัก แต่ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็ช่วยเสมอ
หลังกินข้าวเสร็จ เธอก็ล้างชามให้สะอาดแล้วเอาไปคืน จากนั้นยังนั่งคุยกับผู้ใหญ่ทั้งสองอยู่พักหนึ่ง
ตอนนั้นค่ำแล้ว เธอหยิบผ้าห่มออกมาปูบนเตียง ผ้าห่มซักและตากแดดไว้เมื่อเทศกาลเช็งเม้ง สะอาดสะอ้าน ไม่มีกลิ่นอับ
หลี่ม่านที่เหนื่อยจนไม่อยากทำอะไรนอนแผ่ลงบนเตียง แม้แต่อารมณ์จะเล่นโทรศัพท์ก็ไม่มี
ในหมู่บ้านไม่มีที่ซื้อกับข้าว พรุ่งนี้เธอยังต้องนั่งรถไปตลาดในตัวอำเภอเพื่อซื้อของ แต่เรื่องที่ยากที่สุดคือการทำอาหาร ที่บ้านไม่มีเตาแก๊ส ทำได้แค่ใช้ฟืนก่อไฟทำกับข้าว เธอไม่ได้ก่อไฟด้วยฟืนมานานแล้ว ไม่รู้ว่าจะจุดติดหรือเปล่า
หลี่ม่านง่วงจนแทบลืมตาไม่ขึ้น แต่ก็ยังอดคิดถึงเฉิงอวี่ไม่ได้
เขาคงโกรธมากสินะ เธอฉวยจังหวะตอนเขากลับบ้านหนีไปเสียอย่างนั้น ก็ช่วยไม่ได้ ชีวิตบีบบังคับ...ไม่สิ ครอบครัวเขาต่างหากที่บีบบังคับ
เธอพลิกตัว เส้นผมยาวสลวยดุจหมึกสาดแผ่กระจายอยู่บนหมอน
อย่างไรพวกเขาก็เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน อีกฝ่ายคงโกรธอยู่พักหนึ่งแล้วก็ลืมเธอไป คนละโลกกันแบบนี้ คงอยู่ด้วยกันไม่ได้หรอก
หลี่ม่านครุ่นคิดไปพลางก็หลับไป
วันรุ่งขึ้น เธอตื่นแต่เช้า รีบไปตลาดเช้าในตัวอำเภอ ซื้อเนื้อกับผักมาเป็นกอง ทั้งยังซื้ออาหารทะเลและเมล็ดพันธุ์มาด้วย
