แม้ก่อนปีนเขาเธอจะเตรียมใจไว้แล้ว แต่ก็ไม่คิดว่าจะเหนื่อยขนาดนี้
ฉินเฉินเลี่ยงหาที่เหมาะ ๆ ได้แล้วก็เริ่มกางเต็นท์ ไม่นานก็เสร็จ “ม่านม่าน รีบเข้าไปพักในเต็นท์เร็ว”
หลี่ม่านทุบขาตัวเองอย่างหมดแรง “รอแป๊บ ตอนนี้ไม่มีแรงเลย”
ถ้ายังไม่ได้นั่งก็ยังพอไหว แต่พอนั่งลงแล้วก็ไม่อยากลุกอีกเลย
ฉินเฉินเลี่ยงก้าวยาว ๆ เข้ามา สอดแขนใต้เข่าของเธอแล้วอุ้มช้อนขึ้นมา ยิ้มกว้างพลางพูดว่า “ฉันอุ้มเธอไปเอง”
หลี่ม่านไม่ได้ปฏิเสธ
ฉินเฉินเลี่ยงวางเธอลงในเต็นท์อย่างเบามือ สายตาที่ทอดลงมาหยุดอยู่บนริมฝีปากของเธออย่างห้ามไม่อยู่
หลี่ม่านไม่ทันสังเกต ถอดรองเท้าแล้วรีบเอนตัวลงนอน “อืม...สบายขึ้นแล้ว”
เมื่อกี้เธอรู้สึกเหมือนขากับเอวไม่ใช่ของตัวเองเลย
ข้าง ๆ มีเสียงขยับตัวดังสวบสาบ ฉินเฉินเลี่ยงถอดรองเท้าแล้วนอนลงข้างเธอด้วย “อากาศบนยอดเขาดีจริง ๆ”
ก็ดีจริง แค่หนาวไปหน่อย
หลี่ม่านตบเขาเบา ๆ “เอาผ้าห่มมาให้หน่อย หนาวนิดหน่อย”
ฉินเฉินเลี่ยงลุกขึ้นนั่งค้นกระเป๋า “ไม่มีผ้าห่มนี่”
“เป็นไปได้ยังไง ฉันจำได้ว่าใส่ไว้แล้วนะ”
ฉินเฉินเลี่ยงเทาของในกระเป๋าออกมาทั้งหมด “ไม่มีจริง ๆ”
“ไม่น่าใช่นะ หรือว่าฉันลืมใส่?”
“อยู่กับฉัน”
มือข้างหนึ่งที่ถือผ้าห่มยื่นเข้ามาในเต็นท์
ฉินเฉินเลี่ยงดึงผ้าห่มมาคลุมให้หญิงสาว แล้วกอดเธอไว้ทั้งตัวราวกับปลาหมึก พูดอย่างได้ใจว่า “ไม่มีผ้าห่มก็ไม่เป็นไรหรอก อุณหภูมิร่างกายฉันสูง มีฉันกอดไว้แบบนี้เธอก็ไม่หนาวแล้ว”
ถึงจะรำคาญอยู่บ้าง แต่ก็เป็นเรื่องจริง เธอเลยไม่ได้ผลักเขาออก
ไออุ่นจากร่างของชายหนุ่มแผ่ซ่านไม่ขาดสายจนร่างกายอุ่นสบาย หลี่ม่านเริ่มง่วงงุน ทั้งที่ยังไม่ทันหลับก็รู้สึกถึงสัมผัสอุ่นนุ่มที่แนบลงบนลำคอ
