แม้รูปลักษณ์ภายนอกของทั้งคู่จะเหมือนกันแทบทุกกระเบียดนิ้ว แต่บุคลิกกลับต่างกันราวฟ้ากับเหว
ฉินเฉินเลี่ยงชอบเล่นกีฬา เป็นนักเรียนสายกีฬาเต็มตัว เป็นหนุ่มนักกีฬา บุคลิกสดใสร่าเริง เปี่ยมไปด้วยพลังวัยหนุ่ม
ส่วนฉินเฉินหมิงเป็นนักเรียนหัวกะทิตัวจริง ตั้งแต่ประถมก็มีการแข่งขันให้ลงแข่งไม่รู้จบ แววตาสงบนิ่ง สุขุม ไม่ชอบยิ้มเหมือนน้องชาย
ฉินเฉินเลี่ยงดูแข็งแรงบึกบึนกว่าฉินเฉินหมิงอยู่หน่อย แต่ฉินเฉินหมิงก็มีโครงร่างใหญ่พอตัว หากทั้งคู่ใส่เสื้อแขนยาวก็แทบแยกไม่ออกว่าใครตัวใหญ่กว่ากัน
แต่หลี่ม่านรู้จักนิสัยของทั้งคู่ดี ปกติเพียงมองแวบเดียวก็รู้ว่าใครเป็นพี่ ใครเป็นน้อง
เพื่อนของหลี่ม่านถึงกับเอ่ยอย่างทึ่งว่า “สมแล้วที่โตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ฉันแยกไม่ออกเลยว่าใครเป็นพี่ใครเป็นน้อง”
ที่จริงไม่ใช่แค่เธอที่แยกไม่ออก เพื่อนของฝาแฝดเองก็มีเผลอเรียกผิดอยู่บ้าง ช่วยไม่ได้ เพราะทั้งคู่เหมือนกันจริง ๆ แม้แต่ทรงผมก็ยังเหมือนกัน
ถ้าถามว่าทำไมฝาแฝดไม่เปลี่ยนทรงผมให้ต่างกันเสียเลย จะได้แยกออกง่าย ๆ
ปัญหาคือทั้งคู่ไม่เพียงชอบกินเหมือนกัน แต่รสนิยมด้านความสวยงามก็เหมือนกันทุกอย่าง
ถ้าจะเปลี่ยนทรงผม พวกเขาก็เอาแต่บอกให้อีกฝ่ายเปลี่ยน แต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมเปลี่ยนเหมือนกัน สุดท้ายก็เลยทำเหมือนกันไปเลย
ส่วนเรื่องที่คนอื่นจะแยกพวกเขาออกหรือไม่นั้น……
“เกี่ยวอะไรกับฉัน จำไม่ได้ก็แปลว่าสายตาพวกเขาไม่ดีเอง” ฉินเฉินเลี่ยงที่ถือกระเป๋าอยู่พูดอย่างไม่ใส่ใจ
ฉินเฉินหมิงที่เดินอยู่อีกข้างของหลี่ม่านมีสีหน้าเรียบเฉย “ความคิดของคนพวกนั้นไม่สำคัญ”
