ตอนที่เขากำลังจะเปิดไวรัสทั้งหมดให้เธอดู หลี่ม่านก็เวียนตาจนต้องห้ามเขาไว้ในที่สุด
ของที่ดูเหมือนตัวอักษรรวนแบบนี้ คนธรรมดาดูไม่ไหวหรอก แค่เห็นก็ปวดหัวแล้ว
“ให้ฉันดูก็ไม่มีประโยชน์ ฉันไม่เข้าใจสักนิด”
ดวงตาคู่นั้นสงบนิ่งราวกับหุบเหวลึกจ้องมองเธออย่างมีความหวัง คล้ายกำลังรอฟังว่าเธอจะพูดอะไรต่อ
หลี่ม่านทนสายตาแบบนี้ไม่ไหว มันเต็มไปด้วยความคาดหวัง แต่เพราะดวงตาของเขาจึงดูไร้ชีวิตชีวาอย่างยิ่ง ช่างมีเสน่ห์น่ารักแบบเย็นชาอย่างประหลาด
“ก็ได้ เธออยู่ที่นี่สักคืนก็แล้วกัน พรุ่งนี้ต้องกลับนะ เข้าใจไหม” สุดท้ายเธอก็ยอมอ่อนข้อให้
พูดจบหลี่ม่านก็หันไปหยิบผ้าห่มผืนหนึ่งมาวางบนโซฟา “ถ้ากลางคืนง่วงก็นอนบนโซฟาไปก่อนก็ได้ ไม่ก็พรมผืนนี้สะอาดดี ถ้าเธอไม่รังเกียจจะนอนบนพรมก็ได้เหมือนกัน”
เฉิงอวี่ยืนอยู่ข้างเธอ ไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไร
หลี่ม่านเตือนเขาอย่างไม่วางใจ “จำไว้นะ ถ้าเธอกล้าฝังไวรัสไว้ในคอมพิวเตอร์ฉัน เราก็ไม่ต้องเป็นเพื่อนกันอีก เข้าใจไหม”
เฉิงอวี่ก้มตามองเธอนิ่ง ๆ ก่อนจะตอบรับช้า ๆ ว่า “อือ”
สายตาของเขาติดตามเธอไปจนถึงหน้าประตูห้อง ไม่นานนักหญิงสาวก็ออกมาอีกครั้งพร้อมผ้าห่มผืนหนึ่งในมือ
“ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็เอาผืนนี้รองข้างล่างนะ ผ้าห่มผืนนี้สะอาด” หลี่ม่านจัดการเตรียมไว้ให้เขาเรียบร้อย
เฉิงอวี่พยักหน้า แต่ยังยืนนิ่งไม่ขยับ
หลี่ม่านกะพริบตาปริบ ๆ “เธอต้องปูเองนะ ฉันไม่ปูให้หรอก”
เฉิงอวี่ที่เดิมทีไม่ได้คิดจะนอนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบผ้าห่มขึ้นมากางปูบนพรมอย่างไม่ค่อยชำนาญ มุมทั้งสี่ของผ้าห่มหดเข้าหากันจนยับยู่ยี่
