ไม่คิดเลยว่าการนอนครั้งนี้จะยาวตั้งแต่เก้าโมงเช้าจนถึงสองทุ่ม เป็นการนอนที่ยาวนานและอิ่มเอมที่สุดเท่าที่เฉิงอวี่เคยนอนมา
จิตใจได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ สายตาก็แจ่มชัดขึ้น ไม่พร่ามัวเหมือนก่อน
เฉิงอวี่ไม่ได้รีบร้อนลุกขึ้น สายตากวาดผ่านห้องมืดสลัวอย่างช้า ๆ
เขาได้ยินเสียงโทรทัศน์จากห้องนั่งเล่น ที่นี่เก็บเสียงไม่ดี เตียงก็ไม่กว้าง ผ้าห่มก็ไม่นุ่ม แต่ในใจกลับรู้สึกสบายและหลงใหลอย่างยากจะบรรยาย
เฉิงอวี่ดึงผ้าห่มมากอดไว้แล้วสูดกลิ่นลึก ๆ ราวกับแนบชิดอยู่กับตัวหญิงสาวเพื่อดมกลิ่นหอมจากกายเธอ
ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาถึงลุกจากเตียง เดินเท้าเปล่าไปบนพื้นโดยไม่เปิดไฟ แล้วค่อย ๆ แง้มประตูตู้เสื้อผ้า กลิ่นหอมเข้มข้นยิ่งขึ้น โอบล้อมเขาไว้เป็นชั้น ๆ
ท่ามกลางความมืด เฉิงอวี่หยิบชุดเดรสตัวนั้นได้อย่างแม่นยำ เนื้อผ้าที่สัมผัสนุ่มราวกับผิวของหญิงสาว ปลายนิ้วของเขาลูบไล้ไปมา ก่อนจะค่อย ๆ ก้มหน้าแนบแก้มลงบนชุด สูดกลิ่นที่ทำให้เขาลืมทุกสิ่งอย่างลุ่มหลง
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน เฉิงอวี่ถึงเปิดประตูห้องออกมาในที่สุด
หลี่ม่านที่กำลังดูโทรทัศน์อยู่ได้ยินเสียง จึงหันมามอง “ในที่สุดก็ตื่นสักที ฉันนึกว่าจะนอนยาวไปถึงพรุ่งนี้ซะแล้ว”
เฉิงอวี่ผมเผ้ายุ่งเหยิง สายตาที่จับจ้องใบหน้าของเธอค่อย ๆ เลื่อนไปยังโทรทัศน์ แล้ววกกลับมาที่ใบหน้าเธออีกครั้ง
“ไม่มีอะไรให้กินหรอก คุณต้มบะหมี่กินเองก็ได้ หรือจะออกไปหาอะไรกินข้างนอกก็ได้”
สองนาทีต่อมา
