แสงอาทิตย์ยามเย็นสีแดงดุจเลือดสาดลงบนใบหน้าเฉิงอวี่ ยิ่งประกอบกับดวงตาคู่นั้นแล้ว ก็ชวนให้รู้สึกน่ากลัวอยู่ไม่น้อย
หลี่ม่านพูดไม่ออก “คุณจ้องคนอื่นแบบนั้นทำไม”
เฉิงอวี่กะพริบตาปริบ ๆ “มองไม่ได้เหรอ”
“...ก็ไม่ใช่ว่ามองไม่ได้” ช่างเถอะ อธิบายยากจริง ๆ
ไม่คิดเลยว่าวินาทีต่อมาอีกฝ่ายจะโยนคำถามหนักหน่วงมาให้ “พวกเขาก็เป็นเพื่อนกันเหรอ”
หลี่ม่านเกือบสำลักน้ำลายตัวเอง “จะเป็นไปได้ยังไง มองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นคู่รักกันชัด ๆ!”
เธอคิดว่าเขาจงใจถาม ไม่มีใครไร้เดียงสาถึงขนาดแยกไม่ออกหรอกว่าใครเป็นเพื่อนหรือเป็นคู่รัก
“อ้อ” น้ำเสียงของเฉิงอวี่ฟังไม่ออกว่ารู้สึกอย่างไร “ฉันนึกว่าพวกเขาเป็นเพื่อนกันเหมือนเราเสียอีก”
ถ้าคนอื่นพูดแบบนี้ เธอคงคิดว่าเป็นคำพูดชวนให้เข้าใจผิด แต่เมื่อมองดวงตาคู่นั้นที่ไร้สีสันตรงหน้า เธอกลับตัดสินอะไรไม่ได้
เฉิงอวี่สบตาเธออย่างไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย “ฉันพูดผิดเหรอ”
หลี่ม่านเบือนสายตาหนี “เพื่อนกันไม่จูบกันหรอก”
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนถามว่า “ทำไมล่ะ”
เจ้าหมอนี่กล้าถามจริง ๆ ด้วย
“เพราะการจูบเกินขอบเขตของการเป็นเพื่อนแล้ว เป็นเรื่องที่คู่รักเท่านั้นถึงจะทำกัน คุณเคยเห็นเพื่อนที่ไหนจูบกันบ้างล่ะ”
“เคยเห็น”
คราวนี้หลี่ม่านเป็นฝ่ายเบิกตากว้าง “แล้วตอนนี้พวกเขากลายเป็นคู่รักกันหรือยัง”
“ไม่รู้สิ ตอนเด็ก ๆ ฉันเคยไปอยู่ต่างประเทศช่วงหนึ่ง”
“...”
งั้นคนที่จูบกันก็คงเป็นชาวต่างชาติสินะ เด็ก ๆ ไม่ควรเห็นภาพแบบนั้นจริง ๆ ดูท่าจะฝังใจไม่น้อย
