อีกเดี๋ยวก็คงกลับมาเป็นเหมือนเดิม คุณชายก็เรื่องมากอย่างนี้แหละ หลี่ม่านครุ่นคิดอย่างเบื่อหน่าย
ไม่นานอาหารก็ถูกยกมาเสิร์ฟ เธอสั่งไม่เยอะ สองคนมีสามจานกับซุปหนึ่งถ้วย
อาหารทั้งสามจานใส่พริกมาครึ่งจาน สีแดงฉานจนคนไม่รู้อาจนึกว่าเป็นผัดพริก
เฉิงอวี่คีบดอกกะหล่ำบนกระทะร้อนขึ้นมาชิ้นหนึ่ง พอใส่ปากเคี้ยว ใบหน้าซีดขาวก็แดงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทว่าสีหน้าของเขายังคงไม่เปลี่ยนแปลง
พอใบหน้ามีสีเลือดฝาดขึ้นมา กลับดูสุขภาพดีขึ้นบ้าง
หลี่ม่านถามอย่างคาดหวังว่า “เป็นไง อร่อยไหม”
เธอหวังว่าเพื่อนจะชอบอาหารที่เธอแนะนำ
ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายชวนหลงใหล เฉิงอวี่จ้องสบตาเธอนิ่ง คำว่า ‘ไม่อร่อย’ จึงพูดไม่ออกอยู่ชั่วขณะ “...อร่อย”
แต่พอกินคำที่สอง ใบหน้าของเขาก็แดงขึ้นอีกระดับ ริมฝีปากเริ่มบวมเล็กน้อย หลี่ม่านรู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล “หน้าแดงมากเลยนะ แถมปากก็บวมด้วย อย่าบอกนะว่ากินเผ็ดไม่ได้”
เฉิงอวี่ตอบว่า “ใช่”
“...แล้วคุณยังกินอีก!”
หลี่ม่านแย่งตะเกียบจากเขา กลัวว่าอีกเดี๋ยวเขาจะกินจนล้มพับอยู่ตรงนี้ จากนั้นก็สั่งผักที่ไม่เผ็ดมาให้เขา “กินเผ็ดไม่ได้แล้วทำไมไม่บอกล่ะ”
เฉิงอวี่ชี้แจงอย่างใจเย็นว่า “ถ้าบอก คุณก็คงให้ฉันกลับไปกินที่โรงแรม”
“...” ก็จริง เธออาจพูดแบบนั้นจริง ๆ
หลี่ม่านพึมพำว่า “คุณนี่แปลกคนจริง ๆ”
แม้จะพูดเสียงเบา แต่เฉิงอวี่ก็ยังได้ยิน “เหรอ”
เขาดูเหมือนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “แล้วคุณจะเกลียดฉันไหม”
หลี่ม่านไม่ตอบ แต่ถามกลับว่า “ถ้าฉันเกลียดคุณ คุณจะไปจากที่นี่แล้วไม่เป็นเพื่อนกับฉันอีกหรือเปล่า”
