สมองของเขาไม่อาจยอมรับความจริงตรงหน้าได้ จึงว่างเปล่าสับสนไปหมด... เขาถูกทิ้งอีกแล้ว
เฉิงอวี่ปวดร้าวจนกุมศีรษะ ทว่าจังหวะนั้นเอง ปลายจมูกกลับได้กลิ่นฟืนจาง ๆ สีหน้าเขาชะงักไป ก่อนจะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ลุกเดินไปตามกลิ่นควันไฟ
ในห้องครัวแคบ ๆ ร่างบอบบางของหญิงสาวกำลังนั่งยองอยู่หน้าเตา คอยยัดฟืนเข้าไปในเตาไม่หยุด ควันขาวหนาทึบลอยออกมา จนเธอไอไม่หยุด
เมื่อรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง เธอก็หันกลับมา “แค่ก ๆ ตื่นแล้วเหรอ”
หัวใจของเขาราวกับถูกอีกฝ่ายกุมไว้ในมือ จะเจ็บหรือทุเลาก็ขึ้นอยู่กับความรู้สึกของเธอ
เฉิงอวี่เดินไปนั่งยอง ๆ ข้างเธอ เสียงแหบพร่าเล็กน้อย “ฉันนึกว่าเธอทิ้งฉันแล้วหนีไปอีก”
หลี่ม่านกลอกตา “คิดอะไรอยู่ บ้านหลังนี้เป็นบ้านเก่าที่คุณปู่คุณย่าทิ้งไว้ให้ฉัน ฉันจะยกให้คุณได้ยังไง”
เฉิงอวี่กอดเข่าไว้ อารมณ์ยังไม่ทันได้เบิกบาน ก็ถูกควันสำลักจนไอค่อกแค่ก
“ก็ดีเลย ตื่นแล้วก็ช่วยผัดกับข้าวหน่อย” หลี่ม่านชี้ไปที่โต๊ะ “ผักอยู่ตรงนั้น”
เขาลุกขึ้นทั้งที่ยังไอ หยิบผักบนโต๊ะไปยืนหน้าเตาขนาดใหญ่ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นกระทะใบใหญ่ขนาดนั้น แต่ก็ปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว
ทักษะการทำอาหารอาจเป็นพรสวรรค์แต่กำเนิดก็ได้ ไม่ว่าเธอจะทำยังไงกับข้าวก็ไหม้ทุกที แต่เฉิงอวี่กลับผัดได้ดีมาก ยิ่งมีกลิ่นฟืนที่เป็นเอกลักษณ์ อาหารก็ยิ่งหอมกว่าปกติ
ทั้งสองนั่งหันหน้าเข้าหากันที่โต๊ะอาหาร ไม่มีใครพูดอะไร ต่างกินข้าวกันอย่างเงียบ ๆ
หลังจากกินเสร็จ เฉิงอวี่รับหน้าที่ล้างจาน ส่วนหลี่ม่านก็จัดห้องให้เขาห้องหนึ่ง ตอนที่เธอกลับมา มีเพียงห้องของเธอที่ทำความสะอาดแล้ว ส่วนห้องอื่นยังมีฝุ่นอยู่
