หลี่ม่านอึ้งไปเลย ไอ้นี่กำลังพูดอะไรลามกอยู่เนี่ย
“เพราะงั้น ต่อให้ดื่มน้ำก็แก้กระหายไม่ได้ วิธีแก้ที่ดีที่สุดก็คือการมีอะไรกัน นี่คือการสื่อสารที่ใกล้ชิดและช่วยดับกระหายได้ดีที่สุดระหว่างชายหญิง”
หลี่ม่านฟังแล้วรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัว เหงื่อผุดขึ้นที่หน้าผาก เธอเค้นคำพูดออกมาทางไรฟัน “อะไรคือช่วยดับกระหายที่สุด อย่ามาพูดมั่วซั่วนะ...”
เฉิงอวี่เอียงคอ “แต่หน้าคุณแดงมากเลยนะ”
หลี่ม่านหลับตา “ก็เพราะคุณพูดจาเหลวไหลจนฉันโมโหน่ะสิ!”
“อย่างนั้นเหรอ” เฉิงอวี่ลุกจากเตียง เดินไปที่ห้องรับแขกแล้วรินน้ำหนึ่งแก้วกลับมาให้เธอ “ดื่มสิ”
เธอรับน้ำมาดื่มรวดเดียวหมด แล้วพูดอย่างขุ่นเคืองว่า “ใครบอกว่าดื่มน้ำแล้วไม่หายกระหาย ตอนนี้ฉันหายกระหายแล้ว”
เฉิงอวี่รับแก้วไปเงียบ ๆ “แต่ผมดื่มน้ำแล้วไม่หายกระหาย”
หลี่ม่านนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดอย่างเห็นอกเห็นใจว่า “งั้นคุณก็ไปจัดการที่ห้องอื่นสิ”
ถึงอย่างไรก็อยู่ในวัยหนุ่มเลือดร้อน ต่อให้เขาดูไม่ใช่คนที่จะเกิดความต้องการได้ง่าย ๆ แต่สุดท้ายก็เป็นผู้ชายปกติ เธอเข้าใจ
แต่เฉิงอวี่กลับพูดว่า “ถ้าจัดการคนเดียวก็ไม่มีความหมาย”
แล้วคุณจะเอายังไงล่ะ อยากขึ้นสวรรค์หรือไง?
หลี่ม่านเบือนหน้าหนี “งั้นก็อดทนเอา”
พูดจบก็พลิกตัวหันหลังให้เขาแล้วเล่นโทรศัพท์ต่อ แต่ไม่ว่าจะเล่นยังไงก็ไม่มีสมาธิ ในหัวมีแต่คำพูดเมื่อครู่ที่ต้องเซ็นเซอร์
เมื่อชายหญิงวัยใกล้เคียงกันอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ ด้วยกัน บรรยากาศก็ย่อมเปลี่ยนไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อมีฝ่ายหนึ่งจงใจให้เป็นเช่นนั้น
ฝ่ามืออุ่นร้อนข้างหนึ่งวางลงบนข้อเท้า สัมผัสนั้นทำให้รู้สึกราวกับมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่าน จนเธอตัวแข็งทื่อไปทั้งร่าง
หลี่ม่านขยับเท้าหนี แต่ดึงกลับมาไม่ได้
สัมผัสนั้นค่อย ๆ ไล่ขึ้นมา ไม่นานก็มีบางอย่างแนบเข้ากับแผ่นหลัง พร้อมเสียงทุ้มอู้อี้ของอีกฝ่าย “ไม่เป็นเพื่อนกันแล้ว ไม่อยากเป็นแค่เพื่อน...เป็นแฟนผมได้ไหม?”
