ประตูภูเขาของสำนักเสวียนเทียนเลือนรางอยู่ท่ามกลางหมอกยามรุ่งอรุณ บันไดหยกเขียว 99 ขั้นทอดคดเคี้ยวขึ้นไปจนถึงเมฆา
ไป๋อิงยืนอยู่เชิงเขา เงยหน้ามองดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งการบำเพ็ญซึ่งตั้งตระหง่านมานับพันปี ในใจพลันรู้สึกหลากหลายอารมณ์ นางนึกถึงสำนักหลิงเซียวขึ้นมา ที่นั่นก็เหมือนที่นี่ มีบันไดยาวเหยียดเช่นเดียวกัน
“คุณหนู ที่นี่สูงเหลือเกิน...” เสี่ยวเถากำชายแขนเสื้อของไป๋อิงแน่น น้ำเสียงเจือความหวาดหวั่นอยู่หลายส่วน
ไป๋อิงดึงสติกลับมา ก่อนหันไปมองสาวใช้ตัวน้อย ใบหน้าของเสี่ยวเถายังเปื้อนฝุ่น ทว่าดวงตากลมเรียวกลับเปล่งประกายด้วยความคาดหวัง นางยื่นมือไปปัดฝุ่นบนแก้มอีกฝ่ายออก แล้วเอ่ยเสียงเบา “อย่ากลัวไปเลย ต่อจากนี้ที่นี่จะเป็นบ้านของเจ้า”
เสี่ยวเถามองไป๋อิงอย่างไม่เข้าใจนัก
นางคิดว่าคุณหนูจะมาตั้งรกรากที่นี่ แต่ไม่รู้ว่าตนเป็นสาวใช้จะเข้าไปได้หรือไม่
ไป๋อิงกลับหันไปเอ่ยกับเจินเหรินทิงหลานขึ้นกะทันหัน “เจินเหริน”
เจินเหรินทิงหลานเหลือบมองนางเล็กน้อย หนวดเคราขาวราวหิมะพลิ้วไหวตามสายลม “สหายน้อยมีอะไรก็กล่าวมาได้”
ไป๋อิงดึงเสี่ยวเถาที่กำลังหดตัวให้มายืนตรงหน้าอย่างแผ่วเบา อ่อนโยนจนแทบไม่เหมือนนาง “ไม่ทราบว่าเด็กคนนี้จะเข้าสังกัดสำนักเสวียนเทียนได้หรือไม่”
“คุณหนู!” เสี่ยวเถาเงยหน้าพรวด ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ใบหน้าเล็กเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
เดิมทีนางคิดว่าเพียงคุณหนูพามาที่นี่ก็ทำให้นางมีความสุขมากแล้ว
ใครจะคิดว่าคุณหนูถึงกับเอ่ยปากฝากฝังให้ประมุขสำนักเสวียนเทียนรับนางเข้าเป็นศิษย์
เสี่ยวเถาอ้าปากค้าง ยืนนิ่งงันไปทั้งตัว
ไป๋อิงลูบศีรษะสาวน้อย แล้วกล่าวกับเจินเหรินทิงหลานว่า “เจินเหรินโปรดวางใจ ข้าตรวจดูให้นางแล้ว พรสวรรค์ไม่เลว”
