“นี่... นี่มันอะไรกัน เหตุใดจึงน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้?”
ผู้บำเพ็ญขั้นแปรเทพทั้งสามกรีดร้องจนเสียงแหบพร่า ใบหน้าเปี่ยมด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวัง
พวกเขาหมุนวนอย่างบ้าคลั่งอยู่กับที่ สองมือปัดป่ายเปลวเพลิงประหลาดที่ลุกโชนอยู่ทั่วร่างอย่างลนลาน เปลวไฟเลียโลมาจนเสื้อคลุมยาวมอดเป็นเถ้าถ่าน เผยผิวหนังไหม้เกรียม ทว่าเปลวเพลิงกลับราวกับมีชีวิต ไม่เพียงไม่อ่อนกำลังลงแม้แต่น้อย แต่ยังยิ่งโหมกระพือรุนแรงขึ้น
“นี่มันเรื่องอะไรกัน? เหตุใดไฟนี้จึงดับไม่ได้!”
คนหนึ่งในนั้นส่งเสียงสั่นเครือ แทบเสียสติ หยาดเหงื่อเม็ดโตไหลจากหน้าผาก ปะปนกับฝุ่นบนใบหน้าจนทิ้งรอยเปรอะเปื้อนไว้หลายทาง ความสงบนิ่งที่เคยมีในดวงตาของพวกเขามลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวสุดขีด
ขณะที่ทุกคนกำลังทำอะไรไม่ถูก จู่ ๆ ก็มีใครสักคนในฝูงชนตะโกนขึ้นด้วยความตื่นตระหนก
“เพลิงหยินสุดขั้ว! นี่คือเพลิงหยินสุดขั้ว!”
เสียงร้องนั้นดุจหินยักษ์ตกลงกลางทะเลสาบอันสงบนิ่ง เพียงชั่วพริบตาก็ก่อคลื่นโหมกระหน่ำไปทั่วบริเวณ ทุกคนสูดหายใจเฮือก ดวงตาเปี่ยมด้วยความไม่อยากเชื่อและความหวาดหวั่นอย่างยิ่ง เพลิงหยินสุดขั้วคือสิ่งน่าสะพรึงกลัวอันเลื่องชื่อในโลกบำเพ็ญเซียน เพียงได้ยินชื่อผู้คนก็พากันหวาดผวา
