คนของสำนักซิงเย่าต่างมองไป๋ตี๋ที่ล้มลงอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
ยามนี้ไป๋ตี๋ดูราวกับตุ๊กตาที่พังยับเยิน ร่างถูกเกล็ดแทงทะลุ เลือดสีแดงไหลทะลักออกจากบาดแผลน่าสยดสยองไม่ขาดสาย ย้อมผืนดินใต้ร่างจนแดงฉาน รากวิญญาณในกายของนางซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นของไป๋อิง ถูกไป๋อิงทำลายจนไม่เหลือชิ้นดีด้วยวิธีเด็ดขาด กลายเป็นผุยผงไปแล้ว
เสียงชื่นชมไป๋อิงจากฝูงชนที่รายล้อมอยู่เบื้องล่างดังอื้ออึงก้องอยู่ในหูของคนสำนักซิงเย่า คำยกย่องแต่ละถ้อยราวกับศรแหลมคม ทิ่มแทงตรงเข้าไปในใจ
พวกเขารู้สึกเพียงว่าการกระทำของไป๋อิงครั้งนี้ไม่ต่างจากการตบหน้าสำนักซิงเย่าต่อหน้าผู้คนอย่างแรง
ถึงอย่างไรไป๋อิงก็สามารถทำลายรากวิญญาณของไป๋ตี๋ได้ แม้ถูกผู้บำเพ็ญขั้นแปรเทพผู้มีพลังเหนือธรรมดาสามคนจากสำนักซิงเย่ารุมล้อม การกระทำเช่นนี้เท่ากับเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของสำนักซิงเย่าอย่างไร้ความปรานี
“สัตว์เดรัจฉานชั่วช้า เอาชีวิตมาเสีย! วันนี้ข้าจะสับเจ้าให้เป็นหมื่นชิ้น!”
ผู้บำเพ็ญขั้นแปรเทพทั้งสามจากสำนักซิงเย่ามีแววเหี้ยมเกรียมในดวงตา พวกเขาสบตากันก็เข้าใจเจตนาโดยไม่ต้องเอ่ยคำ ชั่วพริบตานั้นต่างประสานมุทราด้วยมือ ท่วงท่าพร้อมเพรียงกัน
ทันใดนั้น เชือกของวิเศษสีทองอร่ามสายหนึ่งพลันปรากฏ แสงบนตัวราวกับมีประกายตะวันไหลเวียน พุ่งแหวกสายลมกรรโชกตรงไปยังตราประทับคงถงในมือไป๋อิงประหนึ่งสายฟ้าสีทอง
เชือกสายนี้มีที่มาไม่ธรรมดา นามว่าเชือกมัดเซียนไร้เทียมทาน มีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่ว ทั้งยังมีอิทธิฤทธิ์ประหลาดแต่กำเนิด สามารถพันธนาการและควบคุมของวิเศษของฝ่ายตรงข้ามได้อย่างอยู่หมัดยามที่ของวิเศษปะทะกัน
ผู้บำเพ็ญขั้นแปรเทพคนหนึ่งมีแววมั่นใจเต็มเปี่ยม ก่อนตะโกนเสียงก้องว่า “เร็วเข้า มัดตราประทับคงถงนั่นไว้ให้แน่น แล้วฉวยโอกาสสังหารไป๋อิงเสีย!”
