สิ้นเสียงนั้น มือยักษ์ไร้รูปก็โบกสะบัดเบา ๆ กลางอากาศ
ท่วงท่าที่ดูเรียบง่าย ทว่ากลับแฝงพลังอันน่าพิศวง
เพลิงหยินสุดขั้วซึ่งก่อนหน้านี้ลุกโหมเผาผลาญร่างผู้บำเพ็ญขั้นแปรเทพทั้งสามแห่งสำนักซิงเย่า จนพวกเขาทุกข์ทรมานและจนปัญญาจะรับมือ กลับมอดดับลงในพริบตาราวกับพบศัตรูคู่อาฆาต เหลือเพียงรอยไหม้เกรียมบนร่างทั้งสาม
ขณะเดียวกัน ตราประทับคงถงที่ถูกมือยักษ์ควบคุมก็หดแสงลงฉับพลัน ก่อนจะเล็กลงอย่างรวดเร็ว มันราวกับวิหคน้อยแสนเชื่อง บินกลับคืนสู่มือของไป๋อิง
ไป๋อิงกำตราประทับคงถงแน่น ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่ยินยอม
นางเงยหน้ามองท้องนภา แววตาฉายความดื้อรั้น
ส่วนผู้บำเพ็ญขั้นแปรเทพทั้งสามแห่งสำนักซิงเย่ากลับนอนแผ่หลาอยู่บนพื้น พวกเขาเพิ่งรอดพ้นเคราะห์ตาย ใบหน้ายังคงมีความหวาดกลัวที่ไม่จางหาย หอบหายใจเฮือกใหญ่พลางมองไปรอบด้านด้วยความหวาดผวา
ผู้บำเพ็ญคนอื่น ๆ ในที่นั้นต่างมองหน้ากันไปมา เหตุการณ์พลิกผันที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้ทุกคนตะลึงจนพูดไม่ออก การต่อสู้ที่เดือดดาลถึงขีดสุดจึงยุติลงอย่างฉับพลัน เมื่อพลังลึกลับเข้ามาแทรกแซง
มือยักษ์นั้นเห็นได้ชัดว่าเป็นกฎเกณฑ์ของลานทดสอบ เมื่อสัมผัสได้ว่าที่นี่กำลังจะมีคนตาย จึงยื่นมือเข้าแทรกแซงในช่วงคับขัน
ทว่าเหล่าผู้คนยังไม่ทันตั้งสติจากเหตุการณ์ มือยักษ์ก็พลันลากเส้นโค้งประหลาดกลางอากาศ แล้วพุ่งคว้าไปทางโจวอิ่ง มารดาของไป๋อิงอย่างรวดเร็ว ในเวลาเดียวกัน เสียงเย็นเยียบก็ดังก้องไปทั่วฟ้าดินอีกครั้ง “ทุจริตระหว่างการทดสอบ ลงโทษด้วยการทำลายรากวิญญาณ!”
