ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าไป๋อิงตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้แล้ว นางยังจะเอ่ยวาจาเช่นนั้นออกมา
ยิ่งไม่มีใครคาดคิดว่าทิศทางการโจมตีของนางจะเป็นพื้นดิน
“ไป๋อิงผู้นี้เสียสติไปแล้วหรือ?”
ห่างออกไปไม่ไกล มีกลุ่มคนยืนอยู่นอกค่ายกลใหญ่ พวกเขาคือคนที่ออกไล่ตามไป๋อิงก่อนหน้านี้ แต่ตามนางไม่ทันและถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
พวกเขาทั้งหมดอยู่ด้านนอกค่ายกลใหญ่ที่ตั้งขึ้นใหม่เรียงรายเหล่านั้น
หลินหย่วนและซูอวี่ก็อยู่ในกลุ่มคนเหล่านี้
ซูอวี่ทนมองต่อไปไม่ไหวแล้ว เขาคุกเข่าลงบนพื้นด้วยความทุกข์ทรมาน น้ำตาไหลอาบแก้มไม่หยุด
เขาไม่เคยคิดเลยว่าตนจะได้เห็นไป๋อิงตายไปกับตาตัวเอง หัวใจเจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีดเฉือนอย่างรุนแรง ในสมองมีแต่ภาพเมื่อครั้งอยู่สำนักฮวาหยาง เขาจูงมือไป๋อิง คอยเห็นนางเติบโตขึ้นทีละก้าว
ศิษย์น้องห้าของเขา ศิษย์น้องห้าที่ชอบพูดอยู่เสมอว่า “ข้าชอบศิษย์พี่ใหญ่ที่สุด”...
ความเจ็บปวดในใจราวกับฉีกกระชากเขาออกเป็นชิ้น ๆ แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังไม่กล้าร้องขอชีวิตแม้แต่คำเดียว
เขารู้ว่าคนเหล่านี้แข็งแกร่งเพียงใด ต่อให้เขาร้องขึ้นมาสักคำ พวกนั้นก็จะฆ่าเขาไปด้วย
ซูอวี่รู้สึกไร้กำลังอย่างที่สุด
ส่วนหลินหย่วนมองภาพตรงหน้าด้วยใบหน้าซีดเผือด เม้มปากแน่น ไม่เอ่ยอะไรสักคำ
กลับเป็นคนข้างกายเขาที่เอ่ยอย่างเสียดายว่า “พวกเรายังไม่ได้ขอแผ่นสัญญาหมั้นหมายของพวกเจ้าจากไป๋อิงเลยนะ นี่จะไม่กระทบกับการแต่งงานในภายหน้าของเจ้าหรือ?”
